กม.ลูกสถานประกอบการสุขภาพ 6 ฉบับมีผลบังคับใช้แล้ว บอกลาปัญหาสปาเถื่อน นวดเถื่อน

Sun, 2017-05-07 13:34 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยกฎหมายลูก 6 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2560 มั่นใจช่วยยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน สถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้เป็นที่ยอมรับจากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และขจัดปัญหาสปา นวดไร้มาตรฐาน หรือดำเนินการในรูปแบบธุรกิจสีเทา แอบแฝงบริการทางเพศ

นพ.วิศิษฎ์ ตั้งนภากร

นพ.วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กฎหมายลูก 6 ฉบับ ที่ออกตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2560 ซึ่งการออกกฎหมายลูกทั้ง 6 ฉบับในครั้งนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมคุณภาพ มาตรฐาน และช่วยผลักดันธุรกิจสปา นวด สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับผู้ที่อยู่ในสายอาชีพนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และขจัดปัญหาธุรกิจสีเทา อาทิ การบริการทางเพศ ที่มักจะนำชื่อสปา หรือนวดมาแอบแฝงให้บริการทางเพศ โดยกฎหมายลูกทั้ง 6 ฉบับ ประกอบด้วย

1.กฎกระทรวงกำหนดบริการอื่นในกิจการสปา พ.ศ.2560 ว่าด้วยบริการ 29 ประเภทที่สามารถให้บริการร่วมในกิจการสปา ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้กิจการสปาที่มีการเสริมสร้างสุขภาพด้วยน้ำ และนวดร่างกายเป็นหลักมีบริการอื่นเสริมอีกอย่างน้อย 3 อย่าง

2.กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและการชำระค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาต การต่ออายุ ค่าธรรมเนียมรายปีการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพซึ่งคิดตามขนาดพื้นที่บริการ ใบอนุญาตผู้ดำเนินการสปา อาทิ ค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตกิจการประเภทสปา ขนาดพื้นที่ไม่เกิน 100 ตารางเมตร ฉบับละ 1,000 บาท, กิจการประเภทนวดเพื่อสุขภาพและเสริมความงาม ขนาดพื้นที่ไม่เกิน 100 ตารางเมตร ฉบับละ 500 บาท และ ใบอนุญาตผู้ดำเนินการสปา ฉบับละ 1,000 บาท

3.กฎกระทรวงการอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ว่าด้วยการยื่นคำขอ การต่ออายุ การขอโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  

4.กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทสปา

5.กฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และแนวทางการขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการฯ

และ 6.กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปา และกิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม พ.ศ.2560 ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานของสถานประกอบการฯ ทั้งด้านสถานที่ต้องสะอาดมีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน, ด้านความปลอดภัยในการมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีระบบคัดกรองผู้รับบริการ, ด้านการให้บริการ ต้องแสดงรายการการและอัตราค่าบริการไว้ในที่เปิดเผย หรือสามารถตรวจสอบได้ที่จุดบริการ ให้มีเครื่องแบบสำหรับผู้ให้บริการ พร้อมป้ายชื่อผู้ให้บริการติดไว้ที่บริเวณหน้าอก และกำหนดเวลาให้บริการได้ตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น.

“หากทุกฝ่ายร่วมกันปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มั่นใจว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน ของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนับหมื่นแห่ง และบุคลากรในสายอาชีพนวดนับแสนรายทั่วประเทศ ทั้งยังช่วยส่งเสริมการนวดไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาติ ที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ความสุภาพ อ่อนโยน ซึ่งสามารถพบได้จากฝีมือผู้นวดชาวไทยเท่านั้น ให้เป็นที่ยอมรับ และโด่งดังสู่ระดับสากล” นพ.วิศิษฎ์ กล่าว

ทั้งนี้ การยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการ, การขอใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสปา และการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการนวด กรม สบส.จะมีคำสั่งมอบอำนาจให้เป็นผู้อนุญาตแทนอธิบดีกรม สบส.ถึงกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเพื่อดำเนินการออกใบอนุญาต หรือขึ้นทะเบียนได้เต็มรูปแบบ ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2560 โดยเขตกรุงเทพฯ ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ กรม สบส. กระทรวงสาธารณสุข ส่วนต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ โดยสามารถตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบได้ที่เว็บไซต์กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  (www.thaispa.go.th)  และจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาต/ขึ้นทะเบียนทราบภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานครบถ้วน

หากมีเหตุผลหรือความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว อาจขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และในกรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาต/ขึ้นทะเบียนทราบพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต และหากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อได้ที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ชั้น 4 กรม สบส. หมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 ต่อ 18408, 18411 และ 18226