‘หมอปิยะสกล’ มอบ สธ.-สปสช.หาข้อสรุปจัดซื้อยา-แยกเงินเดือน

Tue, 2017-07-18 15:46 -- hfocus
Print this pagePrint this page

รมว.สาธารณสุข รับร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านการประชาพิจารณ์ พร้อมรับข้อสังเกตจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มอบกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. หาข้อสรุปการจัดซื้อยา และการแยกเงินเดือนจากงบเหมาจ่ายรายหัว เสนอคณะกรรมการพิจารณายกร่างฯ เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่าง ย้ำประชาชนต้องได้ประโยชน์เท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านการประชาพิจารณ์ จาก รศ.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการพิจารณายกร่างฯ ว่า ขอขอบคุณ รศ.วรากรณ์ และคณะกรรมการที่ทุ่มเทกำลังในการปรับปรุง พ.ร.บ. เพื่อประโยชน์ของประชาชนและโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีความยั่งยืน เพราะสุขภาพประชาชนเป็นสิ่งสำคัญของประเทศ

นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมหารือ ประกอบด้วย นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), นพ.เสรี ตู้จินดา, นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา รองประธานคณะกรรมการพิจารณายกร่างฯ ทีมเลขาคณะกรรมการยกร่างฯ นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง ตัวแทนภาคประชาชน เพื่อรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย ซึ่งบรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี

โดยมีข้อสังเกตที่ต้องนำไปพิจารณารายละเอียดเพื่อเดินต่อไปข้างหน้า ได้มอบให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการ สปสช. ได้ประชุมร่วมกันในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ เช่น การจัดซื้อยา ภายใต้เงื่อนไขประชาชนต้องได้รับประโยชน์เท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม และประเด็นการแยกเงินเดือนออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวให้มีความชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์ของโรงพยาบาลในแต่ละภาคมีความแตกต่างกัน จะมีแนวทางอื่นหรือไม่ และผลระยะยาวจะเป็นอย่างไร หากได้ข้อสรุปใหม่ให้เสนอต่อ รศ.วรากรณ์ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณายกร่างฯ พิจารณา ก่อนเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายกร่างฉบับจริง เสนอที่ประชุม ครม. และ สนช.ต่อไป

“ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่เคยลดสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชน มีแต่พัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่เคยคิดที่จะล้มบัตรทอง ยืนยันได้ด้วยสิ่งที่ทำมา และสิ่งที่จะทำต่อไปคือทำให้เกิดความยั่งยืนของระบบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว