สธ.ตั้งคณะทำงาน 3 ชุด วางแนวทางการจัดซื้อยารวมป้องกันการขาดยา

Fri, 2017-09-15 12:51 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข จับมือทุกภาคส่วน ตั้งคณะทำงาน 3 ชุด ทำหน้าที่วางแนวทางการจัดซื้อยารวมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ดีขึ้น มีกลไกสำรองป้องกันปัญหายาขาด และส่วนลดจากการซื้อยา 5 % ไม่ขอรับ โดยให้นำไปซื้อยาให้มียาในระบบมากขึ้น

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการจัดซื้อยารวมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อยารวม โดยมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน มีเลขานุการร่วมจาก สปสช. กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลราชวิถี และมีคณะกรรมการมาจากหลายภาคส่วน อาทิ สปสช. กระทรวงกลาโหม โรงเรียนแพทย์ ภาคประชาชน ตัวแทนผู้ติดเชื้อ เป็นต้น

สมศักดิ์กล่าวต่อว่า จากการประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ได้หารือปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อของคณะกรรมการจัดซื้อยาชุดเดิมกับคณะกรรมการชุดใหม่ คือ ปัญหาการขาดยาสำหรับผู้ป่วยเอชไอวี ทั้งนี้ สาเหตุมาจากบริษัทผู้ผลิตไม่ได้ส่งยาบางตัวทำให้ไม่มียาส่งหน่วยบริการ ดังนั้นเพื่อให้การบริหารจัดการเรื่องการจัดซื้อยารวมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นไปอย่างคล่องตัว ไม่มีปัญหาการขาดส่งยาในอนาคต คณะกรรมการฯ จึงได้มีมติให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 ชุด ประกอบด้วย

1.คณะทำงานชุดต่อรองราคา มีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน

2.คณะทำงานชุดตรวจรับยา มีโรงพยาบาลราชวิถีเป็นประธาน

และ 3.คณะทำงานชุดติดตามประเมินผล มีอธิบดีกรมการแพทย์เป็นประธาน โดยในส่วนของคณะทำงานทั้ง 3 ชุด มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางแนวทางการจัดซื้อยารวมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ดีขึ้น และมีกลไกสำรองป้องกันปัญหายาขาด

“เราให้ความสำคัญกับคณะทำงานชุดติดตามประเมินผลมาก เพราะทำหน้าที่ประเมิน วางแผน ป้องกัน แก้ไขปัญหา จะมีกลไกรองรับยา วัคซีนที่ขาด รวมทั้งมีกลไกสำรองป้องกันไม่ให้ยา วัคซีนขาด อาทิ การมีบริษัทส่งยาสำรอง ซึ่งจากการประชุมเมื่อวาน ตัวแทนภาคประชาชน เอ็นจีโอ ตัวแทนผู้ป่วย เห็นพ้องกับกลไกวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว สำหรับเรื่องส่วนลด 5 % จากบริษัทยานั้น คณะกรรมการได้มีมติให้นำส่วนลดดังกล่าวกลับมาเป็นตัวยา เพื่อให้มียาสำหรับให้บริการประชาชนจำนวนมากขึ้นในราคาเท่าเดิม” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม