สธ.ลงนาม กทม.ใช้ข้อมูลการแพทย์และสุขภาพ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่ กทม.

Wed, 2018-06-06 12:09 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ลงนามความร่วมมือการใช้ข้อมูลบริการทางการแพทย์และสุขภาพ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ กทม.ให้ไปในทิศทางเดียวกันกับแนวทางการดำเนินงานของประเทศ

5 มิถุนายน 2561 ณ ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร รศ.นพ.อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ลงนามความร่วมมือการใช้ข้อมูลบริการทางการแพทย์และสุขภาพ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ กทม. เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแนวทางของประเทศในการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค

นพ.โอภาส กล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะทำให้เกิดความร่วมมือในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานข้อมูลบริการทางการแพทย์และสุขภาพระหว่างหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่ กทม.และจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศตามโครงสร้างมาตรฐานระบบข้อมูลบริการทางการแพทย์และสุขภาพ ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อให้เกิดระบบในการจัดการข้อมูลและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้สนับสนุนด้านวิชาการ และระบบสารสนเทศ จัดทำคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพของ กทม. รวมถึงให้บริการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศที่จำเป็นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ผ่านบริการ Smart Health ID ด้านสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ และระเบียบวิธีการเฝ้าระวังและการรายงานสถานการณ์โรคและแนวทางการใช้ประโยชน์จากข้อมูล คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจะเป็นผู้สนับสนุนด้านวิชาการ และจัดทำฐานข้อมูลเฝ้าระวังโรคของประเทศเพื่อพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรในการใช้ข้อมูลทางระบาดวิทยาเพื่อติดตามสถานการณ์

ในส่วนของ กทม.มีหน้าที่ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของโรงพยาบาลในสังกัด เพื่อนำเข้าคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ ผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมของโรงพยาบาล ส่วนคณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาลมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จะเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบส่งออกข้อมูลจากระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลเพื่อนำคลังข้อมูลทางด้านการแพทย์และสุขภาพไปใช้ประโยชน์จากและร่วมกับอนามัย และสำนักการแพทย์ ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพี่อติดตามสถานการณ์โรค

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม