ชี้ไม่ควรให้ อสม.ต่างคนต่างปลูกกัญชา ต้องรวมกลุ่มกันตามที่ พ.ร.บ.ยาเสพติดกำหนดไว้

ประธานชมรม ผอ.รพ.สต.ชี้ นโยบายให้ อสม.ปลูกกัญชา ควรรวมกลุ่มกันปลูกตามกรอบที่ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ กำหนด หวั่นต่างคนต่างปลูกแล้ว อสม.เสี่ยงติดคุกหากเกิดการรั่วไหล พร้อมเสนอตั้งรัฐวิสาหกิจมาบริหารและกระจายหุ้นให้ประชาชนร่วมถือครอง

นายสมศักดิ์ จึงตระกูล ประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ประเทศไทย) กล่าวถึงนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ปลูกกัญชาคนละ 6 ต้นว่า ภายใต้กรอบกฎหมายยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 ปี 2562 มาตรา 26/5 เขียนว่าการปลูกกัญชา ให้รวมกลุ่มกันปลูกในรูปวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์การเกษตร โดยให้มีส่วนราชการ อาทิ มหาวิทยาลัย มาร่วมให้คำปรึกษา

ดังนั้น นโยบายที่ต้องการให้ อสม.ปลูกคนละ 6 ต้นนั้น ในสภาพความเป็นจริงมี อสม.ถึง 1.04 ล้านคน องค์ความรู้ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน การจะให้ปลูกกัญชาซึ่งยังเป็นยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายย่อมนำมาซึ่งปัญหาในอนาคต ถ้าปลูกที่บ้านอาจมีปัญหาในการควบคุมการรั่วไหล และ อสม. อาจถูกจับกุมหรือต้องโทษได้

ขณะเดียวกัน การปลูกกัญชาทางการแพทย์ ต้องการให้เป็น Medical grade แต่ถ้าต่างคนต่างปลูกคนละ 6 ต้น เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้คำแนะนำได้เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมาจะกลายเป็นว่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ดังนั้นตนจึงสนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมการชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งประเทศไทยที่เสนอให้รวมกลุ่มกันปลูกในระดับ 5-10 ไร่ในแต่ละพื้นที่ โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณแปลงปลูก มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น ตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในฐานะที่ปรึกษา ผู้อำนวยการ รพ.สต.หรือเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ไปร่วมปลูกและเป็นที่ปรึกษา

"เมื่อนโยบายรัฐมีอยู่แล้วเราจำเป็นต้องวางกรอบนโยบายที่เป็นไปได้มากที่สุด และ อสม.ต้องปลอดภัย" นายสมศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ เมื่อส่งเสริมให้ปลูกแล้ว รัฐต้องส่งเสริมให้ขายได้ด้วย คือขายผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) โดยรัฐบาลอาจตั้งรัฐวิสาหกิจกัญชาและให้ประชาชนร่วมถือหุ้น ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรายได้ 2 ทางคือรายได้จากแปลงปลูกรายได้จากการบริหารของรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งต้องจำกัดการถือหุ้นอย่าให้ไปตกอยู่ในมือนายทุนรายได้ตรงนี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและชาติ

"แต่ตอนนี้ยังไม่เคยได้ยินรัฐบาลหรือนักการเมืองพูดว่าจะบริหารกัญชาโดยที่ประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน ตรงนี้มีอะไรหมกไว้หรือไม่ ถ้ารายได้ไม่ตกอยู่กับประโยชน์ของชาติ เราจะสูญเสียไปอยู่ในมือนายทุนขนาดใหญ่และผู้มีอำนาจแล้วทวงคืนไม่ได้" นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อีกส่วนที่ไม่ถูกพูดถึงแต่กำลังจะเป็นปัญหาความขัดแย้งลึกๆ คือ แพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านอีกจำนวนหนึ่งไม่ได้ถูกพูดถึงการอนุญาตให้ปลูกกัญชา ทั้งๆที่คนกลุ่มนี้สามารถให้ปลูกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นโยบายนี้ให้น้ำหนักไปที่ อสม. เป็นหลัก ดังนั้นควรมีนโยบายส่งเสริมแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน โดยให้มี "1 รพ.สต. 1 แพทย์แผนไทย" เพราะต่อไปงานกัญชาจะมาลงที่ รพ.สต. ทางแพทย์แผนไทย หรือบุคลากรใน รพ.สต.ก็ต้องเป็นพี่เลี้ยง

"ดังนั้นก็อยากฝากว่านอกจากคุยเรื่อง อสม.แล้ว ควรเหลียวมองกำลังคนที่ขาดแคลนแต่ภาระงานประดังเข้ามาที่ รพ.สต. ควรจะดูแผนกำลังคน รพ.สต. และการบรรจุบุคลากรตามโครงสร้างด้วย" นายสมศักดิ์ กล่าว

Comments

กัญชาและกระท่อม • 2019-08-12, 11:24
นโยบาย"กัญชาเสรี"ของพรรคภูมิใจไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ดู ๆ ไปกำลังทำท่าจะไม่เสรีจริง กำลังจะกลายมาเป็น"นโยบายกัญชาไม่เสรีทางการแพทย์" หมายถึงว่าเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์บางสาขาวิชาชีพเท่านั้นที่สามารถใช้กัญชาเป็นยารักษาโรคได้อย่างมีข้อจำกัด ไม่เสรีจริง ปลูกได้ ใช้ไม่ได้ หรือใช้ได้แต่ปลูกไม่ได้..... นโยบายกัญชาเสรีที่แท้ในทางปฏิบัติจริง ๆ คือ น้ำมันกัญชาจะต้องเป็นยาสามัญประจำบ้านให้ประชาชนมีไว้ใช้รักษาอาการป่วยไข้ของตนเองและคนในครอบครัวได้ พืชกัญชาจะต้องเป็นพืชสมุนไพรที่ชาวบ้านสามารถปลูกไว้ใช้ในยามเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆได้..... การแก้ปัญหานี้ก็ด้วยการแก้กฎหมายปลดล็อคกัญชารวมถึงพืชกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติดเสีย ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงบ้างแต่จำเป็นจะต้องลองปฏิบัติดู เพราะทั้งพืชกัญชาและพืชกระท่อมต่างก็เป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันดี ใช้เป็นยาสมุนไพร ยารักษาโรคโรคมาเป็นเวลานับร้อย ๆ ปี เพิ่งมากลายเป็นยาเสพติดตามนโยบายอ้างอิงวิชาการของฝรั่งตะวันตกมาไม่ถึง 100 ปีมานี้เอง และทุกวันนี้ประเทศฝรั่งบางรัฐ บางประเทศเขาก็อนุญาตให้ใช้กัญชาเป็นพืชสมุนไพรเพื่อรักษาโรคและสันทนาการกันได้อย่างเสรีแล้ว ตามแบบอย่างประเทศไทยเมื่อกว่า 90 ปีก่อนนี้ แล้วทำไมประเทศไทยเราไม่กล้ากลับไปใช้นโยบายกัญชาเสรีและพืชกระท่อมเสรีของเราเองแบบเมื่อกว่า 90 ปีก่อนหน้านี้บ้าง ปลดล็อคกัญชาและพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด หรือว่าคนไทยเราฉลาดน้อยกว่าฝรั่งจริง ๆ

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน