เผยอีก 2 เดือน เวลาทองของไทยรับมือ ‘โควิด-19’ ระบาด เหตุร้อนมาก อัตราเกิดโรคต่ำ

Thu, 2020-02-20 21:51 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.เล็งประกาศ “โควิด-19” เป็นโรคติดต่ออันตราย ใช้กฎหมายจัดการคนขัดขืนมาตรการคุมโรค มีโทษทั้งจำ ทั้งปรับ หวัง ห่วง คอนเสิร์ตศิลปินต่างชาติในไทย แนะกรองเข้ม เผย 2 เดือนข้างหน้าเป็นเวลาทองของไทยรับมือการระบาด เหตุเป็นเดือนที่ร้อนมาก และอัตราเกิดโรคติดต่อทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัสต่ำสุด เช่น ไข้หวัดใหญ่ หัด มือเท้าปาก

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรค COVID-19) ว่ายอดผู้ป่วยติดเชื้อฯ สะสมคงที่ 35 ราย รักษาหายแล้ว 17 ราย ยังรักษาใน รพ. 18 ราย ซึ่งผู้ป่วย 2 รายที่อาการหนัก ในรายที่ใช้เครื่องช่วยพยุงปอดนั้น อาการดี ทำตามคำสั่งได้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้ผลลบ รายที่ 2 ที่ติดเชื้อวัณโรคร่วมด้วย อาการคงที่ โดยทั้ง 2 คน ได้รับยา Favipiravir ครบ 5 วันแล้ว สำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง สะสมทั้งหมด 1,052 ราย ที่เพิ่มขึ้นมากเพราะมีการขยายกลุ่มคัดกรองอย่างไรก็ตามให้กลับบ้านได้แล้ว 861 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาใน 191 ราย

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยตอนนี้อยู่ในระดับที่ควบคุมการระบาดได้ เพราะมีมาตรการเข้มข้นทั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งทางสนามบิน เรือ และพรมแดน อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่มีข้อห้ามประชาชนเดินทางไปต่างประเทศ แต่ขอให้ระมัดระวัง ให้ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ หรือเจลล้างมือ ควรสวมหน้ากากอนามัย และย้ำว่าไม่ได้มีมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนา แต่ทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามมาตรฐานหากมีไอเจ็บ คอ มีน้ำมูก มีไข้ 37.5 องศาเซลเซียส ต้องถูกแยกตัวออกมาวัดไข้ซ้ำ หากผลยืนยันมีไข้ ก็จะแยกตัวมาอยู่ในห้องแยกโรค ส่วนคนที่ตรวจแล้วไม่มีไข้ ไม่มีอาการเข้าข่ายก็ให้ระวังตัวเองในช่วง 14 วัน หากระหว่างนี้มีอาการไข้ก็ให้สวมหน้ากากอนามัย แล้วมาพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง หากเดินทางมาไม่ได้ให้โทรสายด่วน 1422 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปรับตัวมารักษา

นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อเตรียมความพร้อมในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเผื่อมีสถานการณ์การระบาดในประเทศในวงกว้าง หรือการรับบาดระดับที่ 3 โดยในส่วนการรักษาพยาบาล มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการดูแล ทั้งเรื่องบุคลากร ยา และสถานพยาบาล พร้อมอบรมบุคลากรกรต่อเนื่องเพื่อป้องกันการติดเชื้อใน รพ.ด้วย อย่างไรก็ตามเราต้องพยายามป้องกันเต็มที่ หรือชะลอไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้างเหมือนประเทศอื่น ๆ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกับประชาชนด้วย โดยขอให้หมั่นล้างมือ ใช้หน้ากากผ้าที่สามารถใช้ซ้ำได้ เพื่อให้มีหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เพียงพอสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนหน้ากาก N 95 สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย

ต่อข้อถามมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ประเทศไทยจะเข้าสู่การระบาดในระยะที่ 3 นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า มีการประเมินอยู่เป็นระยะ ๆ ในส่วนของประเทศไทยยังมีจังหวะอยู่ใน 2 เดือนข้างหน้าซึ่งเป็นเดือนที่ร้อนมากของประเทศไทย เป็นเดือนที่โรคติดต่อทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัสต่ำสุด เช่น ไข้หวัดใหญ่ หัด มือเท้าปาก เพราะฉะนั้นถ้าเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นแบบเดียวกับเชื้อไวรัสตัวอื่น น่าจะเป็นช่วงที่ปัญหาในประเทศไทยจะยังไม่ลุกลามรุนแรง แต่ไม่ใช่ว่าจะปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ต้องใช้ให้เป็นช่วงเวลาทองในการเตรียมความพร้อมทุกเรื่อง เช่น สื่อสารกับประชาชน สถานพยาบาล บุคลากร อุปกรณ์ป้องกัน และวางแผนในการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางคณะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อมีการประชุมร่วมกันหลายครั้ง ล่าสุดเห็นควรว่าจะมีการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยยกร่างเสร็จแล้วจะนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อในวันที่ 24 ก.พ. นี้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเห็นชอบกับการประกาศดังกล่าว ที่จำเป็นต้องออกประกาศฉบับนี้แม้ว่ามามาตรการคุ้มการระบาดจะทำอย่างเข้มข้นอยู่แล้วเป็นเพราะ ที่ผ่านมาประเทศที่มีการระบาดมีเพียงประเทศเดียวจึงทำให้คุยง่าย แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนมีการระบาดหลายประเทศ หากอีก 2 เดือนมีผู้ป่วยมากขึ้นเราจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเอาไว้ดำเนินการคนที่ไม่ทำตามมาตรฐานการควบคุมโรคของไทย ซึ่งจะมีความผิดทั้งจำทั้งปรับครอบคลุมทุกคนที่อยู่บนแผ่นดินไทย

ผู้สื่อข่าวถามต่อเนื่องจากสถานการณ์การระบาดในบางประเทศแบบก้าวกระโดด และจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีคอนเสิร์ตศิลปินในประเทศดังกล่าวจะมาที่เมืองไทยหลายงาน จำเป็นต้องมีมาตรการอะไรหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า ตอนนี้ยังทำได้เพียงการให้คำแนะนำ ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวศิลปินอาจจะไม่ได้เป็นผู้แพร่เชื้อ เพราะไม่ได้อยู่ใกล้มากนัก แต่คนร่วมงานคือส่วนสำคัญเวลากรี๊ด น้ำลายสามารถกระเด็นไปสู่คนใกล้ชิดได้ ดังนั้นควรมีการคัดกรองผู้เข้าร่วมงานอย่างเข้มข้น หากมีไข้ ต้องไม่ให้เข้างาน หรืออย่างที่ต่างประเทศเมื่อตรวจคัดกรองแล้วคนมีไข้ไม่ได้เข้างานทางผู้จัดจะมีการคืนเงินให้เต็มจำนวน ส่วนคนเข้างานก็ควรสวมหน้ากากอนามัย อย่างไรก็ตาม หากมีการประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้ว เป็นอำนาจของเจ้าของพื้นที่ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่จะมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดได้

Add new comment