กรมการแพทย์หนุนผู้ป่วย 4 โรครับยาใกล้บ้าน ลดความเสี่ยงติดเชื้อ "โควิด-19"

Wed, 2020-03-25 13:54 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมการแพทย์แจ้งโรงพยาบาล-สถาบันในสังกัด ให้แพทย์แนะนำผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จิตเวช หอบหืดไปรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้านและจัดยาให้ทานได้นานขึ้น เพื่อลดความถี่ในการเดินทางมาโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19

เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ออกหนังสือเวียนไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลและสถาบันในสังกัดกรมการแพทย์ ระบุว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยขอให้ผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จิตเวช หอบหืด และโรคเรื้อรังที่ไม่มีความซับซ้อนในการดูแล ไปรับยาที่ร้านขายยาแผนปัจจุบันที่เข้าร่วมโครงการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 ต.ค. 2562

ประกอบกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ซึ่งจัดว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ส่งผลให้ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเกิดปอดอักเสบ ทำให้ปอดแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ไม่เพียงพอและอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้

โรคโควิด-19 สามารถแพร่ระบาดระหว่างคนสู่คน และคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในชุมชนลำดับต่อไป แหล่งแพร่ระบาดที่สำคัญคือชุมชนที่มีประชาชนรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ เรือนจำ โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ การลดจำนวนและความถี่ที่ผู้ป่วยต้องมาโรงพยาบาลจึงเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ลงได้ กรมการแพทย์จึงขอความร่วมมือแพทย์ทุกท่านที่รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรคดังกล่าว พิจารณาผู้ป่วยที่มีความเหมาะสมตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยแนะนำให้ไปรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงพิจารณาเพิ่มจำนวนยาเพื่อให้ผู้ป่วยมียารับประทานได้นานขึ้น ก่อนมาพบแพทย์ครั้งต่อไป

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม