ผลสำรวจชี้ประชาชน WFH ได้ทุกวันแค่ 19.4% แนะลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคหนุนทำงานที่บ้าน

Mon, 2020-04-20 10:10 -- hfocus
Print this pagePrint this page

หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศได้ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำการสำรวจการการปฏิบัติตามมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมาและจะทำต่อเนื่องทุกวันตลอดเดือนนี้ เพื่อสำรวจสถานการณ์และนำผลที่ได้ไปพัฒนาแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

ล่าสุดได้มีการสรุปรายงานผลการสำรวจรายสัปดาห์ (วันที่ 9-15 เม.ย. 2563) โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 11,765 คน แบ่งเป็นเพศหญิง 72.7% ชาย 27.3% พบว่ากว่า 86.1% เข้าใจดีว่าควรปฏิบัติตามมาตรการอย่างไร อย่างไรก็ดีพบว่ายังมีผู้ที่ต้องออกจากบ้าน 46.4% ลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนซึ่งอยู่ที่ 47.1% โดยมีการพบเจอผู้คนในระยะต่ำกว่า 2เมตรเฉลี่ยอยู่ที่ 9 คน

ขณะที่ผู้ที่สามารถอยู่ที่บ้านได้ เพิ่มขึ้นจาก 41.8% ของสัปดาห์ก่อน เป็น 43.2% ในสัปดาห์นี้ ส่วนผู้ที่อยู่บ้านแต่ยังมีคนมาหามีสัดส่วน 10.4% ลดลงจากสัปดาห์ก่อนซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 11.1% และมีจำนวนผู้มาหาที่บ้านเฉลี่ยอยู่ที่ 3 คน

สำหรับสาเหตุที่ต้องออกนอกบ้านนั้น มีอัตราการใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ 8.3% โดยกว่า 67.5% จำเป็นต้องออกไปทำงาน และ 40.5% ออกไปทำธุระอื่นๆ เช่น พบแพทย์ ซื้ออาหารและของใช้ โดยกว่า 60.4% จะออกไปซื้อซื้ออาหารและของใช้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่ผู้สั่งซื้อสินค้าออนไลน์มีอัตราส่วนอยู่ที่ 30%

ด้านแนวทางการป้องกันตัวเมื่อต้องพบเจอกับผู้อื่นทั้งในและนอกบ้าน พบว่ามีผู้ที่สามารถล้างมือหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของได้ถึง 86.4% ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง 89.3% ระยะห่าง 1-2 เมตรเมื่อคุยกับผู้อื่นทุกครั้ง 62.6% ระวังไม่เอามือจับหน้า จมูก ปากได้เป็นอย่างดีทุกครั้ง 62.2% และการกินร้อนใช้ช้อนของตัวเองอีก 85.6%

สำหรับการสำรวจในเรื่องการปรับตัวเพื่อทำงานจากที่บ้านหรือ Work from home พบว่ากว่า 30.9% ยังคงออกไปทำงานตามปกติ มีเพียง 19.4% ที่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ทุกวัน และอีก 21.3% สามารถทำงานจากบ้านได้เป็นบางวัน

ขณะที่อัตราส่วนผู้ที่ต้องหยุดงานชั่วคราวอยู่ที่ 9.6% ในจำนวนนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะ อาชีพอิสระ รับจ้างรายวันและธุรกิจส่วนตัว ส่วนอัตราส่วนผู้ที่ต้องออกจากงานถาวรมีสัดส่วนอยู่ที่ 1.9%

ทั้งนี้ การสำรวจนี้ยังพบด้วยว่า มาตรการสนับสนุนการทำงานจากที่บ้านที่ประชาชนต้องการคือ การลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค 35.4% และต้องการมาตรการสนับสนุนด้านรายได้อีก 24.6%

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจว่าในช่วงที่รัฐมีมาตรการต่างๆออกมาในช่วงนี้ ผู้ตอบแบบสอบถาม 32.5% มีรายได้ลดลง ถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 30% ขณะที่ผู้ที่ไม่มีรายได้เลยมีอัตราส่วนอยู่ที่ 12.6% และพบว่าหากต้องขยายมาตรการต่างๆออกไปอีกหลังวันที่ 30 เม.ย. 2563 มี 23.8% ที่ตอบว่าปฏิบัติตามได้น้อยกว่า 2 สัปดาห์ และอีก 9% ตอบว่าไม่สามารถปฏิบัติตามได้

อนึ่ง ผู้สนใจสามารถเข้ามาตอบแบบสอบถามที่ www.อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ.com ทุกวันตลอดเดือน เม.ย.นี้ เพื่อที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำข้อมูลไปประเมินมาตรการและปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป

ขอเวลาชาวไทยทุกคน เพียง 2-3 นาที

เพื่อช่วยกันลดการระบาดของโรคโควิด-19

ด้วยการทำแบบสอบถามของ***สัปดาห์ที่ 3 (วันที่ 16-22 เมษายน 2563)***

โดยกระทรวงสาธารณสุข และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เรื่อง " การปฏิบัติตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19"

ที่ www.อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ.com หรือ bit.ly/ThaiFightCovid19

ทำเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมแชร์ บอกเพื่อน และครอบครัว

เพื่อช่วยกันสู้ให้ประเทศเราผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

Add new comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
CAPTCHA
This question is for testing whether or not you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.