เอฟทีเอ ว็อทช์ ฝาก 2 คำถาม CPTPP ขอความชัดเจนหลังคำพูด “บิ๊กตู่”

Wed, 2020-06-17 11:41 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

เอฟทีเอ ว็อทช์ (FTA Watch) ฝากคำถามผ่านสาธารณะขอความชัดเจน กรณี คำพูด “พล.อ.ประยุทธ์” ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษารายละเอียด CPTPP เป็นข้อสั่งการหรือไม่ ทั้งที่ครม.ไม่มีการพิจารณา

เฟซบุ๊กแฟนเพจ FTA Watch โพสต์ถึงกรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับโอกาสการใช้ ‘ข้อสั่งการนายกฯ’ เดินหน้า CPTPP หรือไม่ ว่า

ตามที่เมื่อวานนี้ (16 มิถุนายน 2563) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาลแถลงผลประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียดของข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) หากต้องมีการลงนาม โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลจะเจรจา เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ และหากเจรจาแล้วไม่ได้ผลตามที่ต้องการของรัฐบาล ก็จะไม่ลงนามในข้อตกลงอย่างแน่นอน ดังนั้น ขออย่ากังวล เพราะรัฐบาลจะยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ” และต่อมาเพจศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ได้ออกภาพนายกฯพร้อมข้อความ และลงว่า นี่คือ ‘ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในที่ประชุม ครม. 16 มิ.ย.63’

เอฟทีเอ ว็อชท์ ขอตั้งคำถาม 2 คำถาม ผ่านสาธารณะเพื่อความชัดเจนในแง่กฎหมายอย่างเป็นทางการว่า

รัฐบาลจะใช้คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น 'ข้อสั่งการของนายก' ที่ให้หน่วยราชการไปเจรจา CPTPP ใช่หรือไม่ ? ดังนั้นภายใน 1-2 วันนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีออกหนังสือข้อสั่งการนายกฯให้ กระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะเจรจา โดยมีอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเป็นประธาน และให้กระทรวงการต่างประเทศส่งหนังสือแสดงเจตจำนงไปยังเลขานุการ CPTPP ที่นิวซีแลนด์ และให้หน่วยงานต่างๆเตรียมพร้อมปรับตัวรองรับการเข้าร่วมด้วยการแก้ไขกฎหมาย ใช่หรือไม่ ?

ทั้งๆที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ไม่มีวาระการประชุมนี้ ไม่มีการพิจารณากรอบการเจรจาใดๆ เป็นเพียงการปรารภของนายกฯ ก่อนเริ่มเข้าสู่วาระคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เกิดขึ้นในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการเข้าร่วมเจรจา CPTPP ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากการเสนอของรัฐบาล (หลังจากที่ไม่สามารถผลักดันวาระ CPTPP เข้าสู่คณะรัฐมนตรีถึง 2 ครั้ง) ร่วมกับพรรครัฐบาลฝ่ายค้านถึง 9 พรรค กำลังทำงานศึกษาข้อมูลอย่างเข้มข้นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความรอบคอบประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

หากรัฐบาลให้เดินหน้าไปเข้าร่วมเจรจา CPTPP โดยใช้แค่ 'ข้อสั่งการนายกฯ' นั่นเท่ากับว่า การตั้งกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร เป็นเพียงหน้าฉากละครเพื่อสร้างความชอบธรรม ลดกระแสการต่อต้านจากประชาชน ในขณะที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าเข้าร่วมการเจรจา โดยไม่รอผลการศึกษาและความคิดเห็นของสภาฯ หรือไม่ ?

การกระทำเช่นนี้ จะให้ประชาชนเชื่อใจได้อย่างไรว่า รัฐบาลจะไปเจรจา เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติจริงๆ ? เพราะแท้ที่จริงแล้ว รัฐบาลมีธงอยู่ในใจแล้วที่จะเข้าร่วมความตกลง CPTPP ?

รัฐบาลจะให้หน่วยราชการไปเจรจาขอเข้าร่วมความตกลงระหว่างประเทศ อย่างความตกลง CPTPP ที่ต้องแก้กฎหมายไม่ต่ำกว่า 50 ฉบับ จะผูกพันคนรุ่นลูกรุ่นหลานไปอีกหลายชั่วคน ด้วยการใช้แค่ ‘ข้อสั่งการนายกฯ’ ที่เคยมีไว้เพื่อติดตามนโยบายภายในประเทศ ติดตามโครงการต่างๆที่เคยผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว จริงๆหรือ ?

ขณะนี้ รัฐบาลไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร แต่เป็นรัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้ง อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ การบริหารราชการแผ่นดินควรคำนึงถึงระบบนิติรัฐ และความรับผิดรับชอบต่อสังคมไทย

พวกเรายังอยากเชื่อว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดวันนี้ เป็นเพียงการปรารภต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อแสดงความจริงใจต่อการทำหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายที่พร้อมจะฟังทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ใช่ใช้ข้อยกเว้นและการหลบหลีกทางกฎหมายมาตัดสินใจนโยบายระหว่างประเทศที่กระทบคนทั้งประเทศทั้งสังคมเยี่ยงนี้

..............

ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี - PMOC

https://www.facebook.com/PMOCNEWS/photos/a.125488468836484/295703108481685/?type=3&theater

https://www.facebook.com/413915878619238/posts/3333471136663683/

ขอบคุณข้อมูลจาก : FTA Watch

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :

FTA Watch เตรียมข้อมูลผลกระทบหากไทยร่วม CPTPP ประชุมวิสามัญฯ 15 มิ.ย.นี้

เปิดไทม์ไลน์ CPTPP ไทยอยู่ ณ จุดไหน

Add new comment