สภาองค์กรของผู้บริโภค แนะ สธ. ปลดล็อกร้านขายยาที่ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฯ จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์แก่ผู้ป่วยโควิด

Sun, 2021-08-29 19:58 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

สภาองค์กรของผู้บริโภค แนะ สธ. ปลดล็อกร้านขายยาที่ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฯ จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์แก่ผู้ป่วยโควิด - 19 ได้ เพื่อลดปัญหาการเข้าถึงยาราคาแพง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 จนทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมากและเกิดปัญหาการเข้าถึงการรักษาในสถานพยาบาล ดังนั้น ระบบการรักษาแบบกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) จึงถูกนำมาใช้เพื่อเป็นการขยายการดูแลผู้ป่วยให้เพียงพอและลดการแพร่ระบาดดังกล่าว ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ โดยมีการให้ยาฟาวิพิราเวียร์กับผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน ซึ่งตัวยาดังกล่าวจำเป็นต้องให้อย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลง จนกลายเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง - แดงนั้น

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ป่วยบางรายได้รับยาไปแล้วกลับมาขอรับยาซ้ำเพื่อนำไปขายราคาแพงในตลาดมืด ซึ่งสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้ตรวจสอบตลาดออนไลน์และพบมีการอ้างขาย ‘ยาฟาวิพิราเวียร์’ จริง โดยมีราคาสูงถึงกล่องละ 8,589 - 8,989 บาท จากเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงปัญหาการเข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งประชาชนมีความต้องการสูงมากจึงยอมจ่ายราคาแพงเพื่อซื้อยาดังกล่าว ทั้งที่ยังไม่ทราบว่าสินค้ามีคุณภาพจริงหรือไม่

“จากปัญหาดังกล่าว สภาองค์กรของผู้บริโภคมองว่าควรจะเปิดช่องให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำสถานที่ขายยาแผนปัจจุบัน ในส่วนที่เป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพสามารถจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาให้กับผู้ป่วยโควิด - 19 ได้ เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าถึงยาในราคาที่แพงขนาดนี้” เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าว

ทั้งนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงได้มีข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ออกประกาศกำหนดตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2556 ข้อ 10 (5) ให้เภสัชกรสามารถขายยาควบคุมพิเศษโดยไม่ต้องมีใบสั่งยา กรณียาฟาวิพิราเวียร์ให้กับร้านยาที่เข้าร่วมโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อแจกจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์แก่ผู้ป่วยโควิด - 19 ที่รักษาแบบ Home Isolation 

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม