WHO ขอคนไทยฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรก ด้านจุฬาฯเผยผลศึกษาภูมิฯเข็ม 3

Tue, 2021-11-23 16:43 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ขอทุกคนในไทยเข้ารรับวัคซีนโควิดเข็มแรก ชี้กลุ่มไม่รับ เพราะมีเหตุผลบางอย่างทำให้ลังเล ด้านหมอจุฬาฯ เผยผลการศึกษาวิจัยภูมิคุ้มกันหลังการฉีดเข็มกระตุ้น  พร้อมแนวโน้มการศึกษารวมเข็มวัคซีนโควิดกับไข้หวัดใหญ่ในเข็มเดียว 

 

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2564 สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จัดเสวนาออนไลน์ เปิดข้อมูล (ไม่)ลับกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ โดยนายจอส ฟอนเดลาร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า 1 ปีที่ผ่านมา ทั่วทั้งโลกมีการฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 7 พันล้านโดส ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ และมีผลประจักษ์ชัดว่า วัคซีนสามารถบรรเทาการระบาดได้ ทำให้ไวรัสอยู่ในการควบคุม สามารถป้องกันผู้ที่ฉีดวัคซีนจากความรุนแรงของโรค แม้ว่าวัคซีนจะป้องกันไม่ได้สมบูรณ์แบบ เรายังเห็นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังป่วยได้ แต่อาการจะไม่รุนแรง

นายจอส กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทยนั้นโชคดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีประชากรมากกว่า 45 ล้านคนได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว และกว่า 35 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม แต่ก็ยังประชาชนกว่า 10 ล้านคนที่ไม่ได้รับวัคซีน ไม่ใช่เพราะไม่มีวัคซีน แต่มีเหตุผลบางอย่างทำให้ลังเล จึงอยากขอให้ทุกคนในประเทศไทย ได้เข้ารับวัคซีนเข็มแรก ส่วนคนที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วก็ขอให้ไปรับเข็มสอง เพื่อให้ครบโดส โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งยังไม่มีรายงานว่าวัคซีนเป็นอันตรายต่อแม่และเด็กในครรภ์ เมื่อทุกคนได้รับวัคซีนแล้ว ก็ยังต้องสวมหน้ากากาอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

ศ.พญ.ธันยวีร์ ภูธนกิจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงผลการศึกษาวิจัยภูมิคุ้มกันหลังการฉีดเข็มกระตุ้น หรือเข็ม 3 ว่า จากการศึกษาวิจัยในผู้ใหญ่อายุ 18-59 ปี จำนวน 100 คน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  พบว่า คนที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม และกระตุ้นด้วยแอสตร้าเซเนก้า ผ่านไป 3 เดือนพบว่า ภูมิคุ้มกันขึ้นสูงและนิ่งอยู่ในระดับที่ป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ร้อยละ 90 แสดงให้เห็นว่า ร่างกาย เมื่อมีการสร้างภูมิคุ้มกันจากการปูพื้นด้วย 2 เข็มแรกแล้ว เมื่อฉีดเข็มกระตุ้นจะทำให้ภูมิคุ้มกันอยู่ได้นาน ดังนั้นเมื่อฉีดเข็ม 3 แล้ว น่าจะรออีก 6 เดือน จึงจะเริ่มฉีดเข็ม 4 สำหรับปริมาณการฉีดเข็ม 3 นั้น ขณะนี้มีการฉีดในปริมาณ 100 ไมโครกรัม ยกเว้น โมเดอร์นา ซึ่งใช้ 50 ไมโครกรัม และมีแนวโน้มว่าในอนาคต การฉีดเข็มกระตุ้น จะใช้ปริมาณที่ต่ำลง

ศ.พญ.ธันยวีร์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงของการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ก็มีการรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ด้วย ซึ่งสามารถฉีดพร้อมกันทั้งวัคซีนโควิดและวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จะฉีดคนละแขนในวันเดียวกัน หรือฉีดแขนเดียวกันก็ได้ ซึ่งในประเทศอังกฤษพบว่า การฉีดวัคซีน 2 ตัวนี้พร้อมกัน ทำให้ไข้สูงขึ้นเล็กน้อย ปวดแขนมากขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทที่ผลิตวัคซีน กำลังศึกษาการรวมเข็มวัคซีนโควิดกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ในเข็มเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ฉีดง่ายและครอบคลุมประชากรได้เร็ว

 

ข่าวเกี่ยวข้อง : แพทย์ห่วงกลุ่มลังเลไม่รับวัคซีนโควิด เสี่ยงเสียชีวิต ขอกลุ่ม “608” รับวัคซีนอย่างเร่งด่วน

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม