พ้อรัฐไม่สนใจป้องกันเอดส์ของบฯ 600 ล.สู้การติดเชื้อ

Mon, 2012-08-20 11:26 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารงานจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติ พ้อรัฐไม่สนใจป้องกันเอดส์ ชี้ต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 500-600 ล้านบาทดำเนินการ แต่ถ้าไม่ให้มีหวังผู้ติดเชื้อเอดส์พุ่งแน่

พญ.เพชรศรี ศิรินิรันดร์ ผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารงานจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี มีข้อบ่งชี้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ของประเทศไทยลดน้อยลง แต่กลับเพิ่มจำนวนขึ้นในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ กลุ่มทหารคัดเลือกใหม่ อายุระหว่าง 20-24 ปี ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจพฤติกรรมในกลุ่มเยาวชนที่พบว่ามีคู่รักหลายคนและการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เยาวชนติดเชื้อเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ หากเรายังทำงานกันเรื่อยๆอยู่แบบนี้ คาดว่าในปี 2555-2559 จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่รวม 43,040 คน ซึ่งร้อยละ 41 ติดจากการมีเพศสัมพันธ์แบบชายรักชาย ร้อยละ 11 จากหญิงขายบริการ ร้อยละ 10 จากกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด ข้อมูลจากระบบการติดตามของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เข้าถึงระบบบริการล่าช้า อีกทั้งยังพบปัญหาการดื้อยาต้านไวรัสมากขึ้นเป็นลำดับด้วย

พญ.เพชรศรีกล่าวต่อว่า เป้าหมายของเราต้องการลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้ได้ 1 ใน 3 หรือประมาณ 7,000 คน แต่ปัญหาจริงๆ แล้วคือเรื่องงบประมาณที่ประเทศไทยได้รับนั้นแม้จะมีจำนวนสูงถึงปีละประมาณ 9 พันล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในเรื่องการรักษาพยาบาลส่วนงบประมาณในการป้องกันรักษามีเพียงร้อยละ 14 ที่ได้รับมาจากกองทุนโรคมากกว่า เพราะฉะนั้นจึงอยากให้มีงบประมาณมาช่วยเหลือในเรื่องการป้องกันโดยตรงบ้าง ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ประมาณปีละ 500-600 ล้านบาท

"ทิศทางใหม่ไปข้างหน้าคือทำให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาที่เร็วขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงคือชายรักชาย หญิงบริการ ซึ่งจะทำให้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้ แต่ในบ้านเราคงทำได้ยาก เพราะปัจจุบันมีผู้มารับยาต้านน้อย และมารับเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วส่วนหนึ่งเป็นเพราะสังคมรังเกียจ" พญ.เพชรศรีกล่าว และว่า กรณีการก้าวเข้าเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมีปัญหาเรื่องแรงงานข้ามชาตินั้นหลายคนกังวลว่าจะก่อให้เกิดโรคต่างๆ มากขึ้นนั้น ที่จริงไม่ต้องกังวล เพราะอย่างโรคเอดส์ในประเทศขณะนี้ก็มีเยอะอยู่แล้ว

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 20 สิงหาคม 2555