ดึง'ไทย-พม่า'บูรณาการ ปราบยุงลาย-สกัดไข้เลือดออกชายแดน

Sun, 2013-07-21 09:58 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ห้องประชุมโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย อ.โคกสาโรง จ.ลพบุรี นพ.ศิริชัย ลิ้มสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ลพบุรี จัดงาน "รวมพลัง อสม. ขจัดภัยร้าย กาจัดยุงลาย พิชิตไข้เลือดออก จังหวัดลพบุรี" โดยมี อสม.ประชาชน, ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม.ร่วมกิจกรรม เพื่อตระหนักในการประสานความร่วมมือป้องกันแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออก

นพ.อภิชาติ รอดสม นายแพทย์ สสจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกปีนี้รุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา มีอัตราป่วยและ เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่าปี จ.กาญจนบุรี พบผู้ป่วย 286 รายเท่ากับ 34.09 ต่อประชากรแสนคน โดยเฉพาะ อ.สังขละบุรี พบ ผู้ป่วย 8 ราย อัตราป่วยเท่ากับ 19.57 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิต แม้สถานการณ์ อ.สังขละบุรี ยังไม่รุนแรง แต่บริเวณชายแดนไทย-พม่า พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น คาดว่าการระบาดมีแนวโน้มสูงขึ้นหากไม่มีมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่เป็นรูปธรรม

"สสจ.กาญจนบุรี โดยคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขอาเภอสังขละบุรี (คปสอ.สังขละบุรี) ร่วมกับหัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทยพม่า ประจาพื้นที่ 4 ผู้นาชุมชน ใน อ.พญาตองซู ประเทศพม่า จึงจัดการรณรงค์ควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกชายแดนไทย-พม่า แบบบูรณาการ 2 ประเทศขึ้น โดยเน้นความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน ภาคีเครือข่ายสุขภาพของ 2 ประเทศ ช่วยควบคุม ป้องกันโรค โดยทาลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกนายุงลายซึ่งเป็นพาหะนาโรคอย่างสมาเสมอตลอดทั้งปี, จัดการด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้สะอาด ปลอดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกนายุงลาย, ให้ความรู้สุขศึกษา ประชาสัมพันธ์ ความรู้เกี่ยวกับการสังเกตอาการและการดูแลผู้ป่วยแก่ประชาชน" นพ.อภิชาติกล่าว

นายชัยรัตน์ เวชพาณิช นายแพทย์ สสจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า สถานการณ์ จ.สมุทรสาคร อยู่ในลาดับ 30 ของประเทศ พบผู้ป่วย 435 ราย ยังมีระบาดต่อเนื่อง จึงร่วมกับนายปิยภูมิ อุบลไทร กานันตาบลท่าทราย ปล่อยแถวคาราวานรณรงค์ทาลาย แหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ตามโครงการ "บ้านใคร บ้านคนนั้น ต้องทาเอง" ตามหลักมาตรการ ปฏิบัติ 5 ป 1 ข

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชยคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.สิงห์บุรี กล่าวว่า จ.สิงห์บุรีตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยรวม 66 ราย คิดเป็นอัตรา 29 ต่อแสนประชากร มีค่ามัธยฐานสูงขึ้นเป็น 2 เท่าครึ่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา และเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงจึงต้องมีมาตรการเข้มแข็งและเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง ฤดูฝน หากไม่ร่วมป้องกัน อาจระบาดได้ โดย เฉพาะใน 2 กลุ่มเสี่ยง คือ เด็กอายุ 10-14 ปี และกลุ่มคนทางานอายุระหว่าง 20-30 ปี

--มติชน ฉบับวันที่ 22 ก.ค. 2556 (กรอบบ่าย)--