สวรส.จัดประชุมวิชาการ’57 ชูคุณค่างานวิจัย “พลิกระบบ - เปลี่ยนชีวิตคนไทย”

Mon, 2014-07-14 18:17 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สวรส.จัดการประชุมวิชาการการวิจัยระบบสุขภาพประจำปี 2557 “วิจัย...เปลี่ยนชีวิต” ระหว่างวันที่ 4-5 กันยายน 2557 นี้ ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ภายในงานจะมีการนำเสนอผลงานวิจัยชิ้นสำคัญๆ ที่จะมีผลต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพให้แก่ผู้บริหาร ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นนโยบายสุขภาพที่สำคัญของประเทศในระยะต่อไป รวมทั้งการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้จากงานวิจัยและความคิดเห็นจากเครือข่ายวิชาการและภาคีต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพและพัฒนาความเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพ 

ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ผู้อำนวยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) กล่าวว่า ถึงแม้ประเทศไทยมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพคนไทยได้กว่า 48 ล้านคน แต่ปัญหาสุขภาพยังคงมีอยู่และทวีความรุนแรงสลับซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในมิติความยั่งยืนของระบบสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้นแบบผิดสัดส่วนจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ อยู่ที่ประมาณ 4.5% ของ GDP ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงทั้งในระดับบุคคลและระบบสุขภาพโดยรวม ซึ่งพบว่า สาเหตุการตาย 3 อันดับแรก ที่เป็นภาระโรคคนไทย ได้แก่ โรคเรื้อรังจากการดื่มสุราและสูบบุหรี่ โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคเบาหวาน ล้วนเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมส่วนบุคคลที่สร้างความสูญเสียให้เกิดขึ้นทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และระดับประเทศร่วมด้วย ซึ่งปัญหาในมิติค่าใช้จ่ายยังมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นๆ อีกมาก เช่น มูลค่าการนำเข้าอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ การใช้ยา การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งมีการคาดการณ์ว่า ในปี ค.ศ.2030 สหราชอาณาจักรจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และส่วนที่เกิน 85 ปีอีกร้อยละ 162 ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของกลุ่มนี้เป็น 1.3% ของ GDP นอกจากนั้นปัญหาด้านกำลังคน การระบาดของโรคติดเชื้อ สาธารณภัย ตลอดจนระบบบริการสุขภาพ ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ฯลฯ ล้วนเป็นปัญหาและความท้าทายของงานวิจัยที่จะเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการอุดช่องว่างปัญหาหรือนำการพัฒนาระบบสุขภาพให้เกิดความยั่งยืนและสมดุลได้อย่างไร  

“งานประชุมวิชาการการวิจัยระบบสุขภาพ ประจำปี 2557 ภายใต้หัวข้อ “วิจัย...เปลี่ยนชีวิต” ในปีนี้ สวรส. เน้นการนำเสนอคุณค่าของงานวิจัย ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่งานวิจัย แต่เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของประชาชนและระบบสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้น ที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถมาร่วมคิด ร่วมพัฒนางานวิจัย เพื่อนำไปสู่ความรู้ใหม่และต่อยอดการพัฒนาระบบสุขภาพต่อไป” ผอ.สวรส. กล่าว 

นอกจากนั้น ภายในงานยังมีการประมวลสถานการณ์สุขภาพที่สำคัญในปัจจุบันมานำเสนอ โดยจัดให้มีการนำเสนอทั้งในรูปแบบนิทรรศการ วงพูดคุยแลกเปลี่ยนกลุ่มย่อย หรือเวทีวิชาการและการเสวนาจากผู้มีบทบาทสำคัญในเรื่องนั้นๆ โดยตรง อาทิเช่น ปาฐกถาพิเศษ เรื่องสุขภาพคนไทยร่วมสร้างมิติใหม่ในอาเซียน, เวทีเสวนาเรื่องหันมามอง งานวิจัยด้านสุขภาพเปลี่ยนชีวิตคนไทยอย่างไร? นำโดย ดร.นเรศ ดำรงชัย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) นพ.วินัย สวัสดิวร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ทิศทางงานวิจัยเชิงระบบและนโยบายด้านสุขภาพ นำโดย ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ กรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข รศ.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) และ นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ กระทรวงสาธารณสุข 

ตลอดจนเวทีการนำงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์และการนำเสนอรูปธรรมความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริง  เช่น เวที  Knowledge Translation : จากหิ้งสู่...ข้างเตียง/ชุมชน กรณีศึกษา NCDs, ระบบดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ด้านสุขภาพและสังคม : บทบาทรัฐ เอกชน ท้องถิ่น ชุมชน, โรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล : โรงพยาบาลทั่วไทย ใช้ยา คุ้มค่า ปลอดภัย ไม่ซ้ำซ้อน, งานวิจัยเขตสุขภาพ ปรับชีวิตคนในเขตให้เปลี่ยนได้อย่างไร, การแพทย์แผนไทยในอาเซียน: โอกาสและผลกระทบ, นโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ : ปรับเพื่อเปลี่ยนชีวิตประชาชนไทย ฯลฯ และกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย

ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมประชุมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 สิงหาคมนี้ ค่าลงทะเบียนท่านละ 2,000 บาท (พิเศษลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ถึง 7 ส.ค. ค่าสมัครเพียง 1,500 บาท) สามารถลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.hsri.or.th/hsrforum2014 หรือ โทร. 0-2832- 9203 ข้าราชการสามารถเบิกจ่ายค่าลงทะเบียนได้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง และนักศึกษาทันตแพทย์ศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาล สามารถเก็บคะแนนสะสมหน่วยกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องได้