หมอรัชตะเลือกรมว.สธ. ชี้เพื่อรับใช้ชาติและเอกภาพของม.มหิดล

Wed, 2014-10-08 15:14 -- hfocus
Print this pagePrint this page

"นพ.รัชตะ" ประกาศชัดลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว พร้อมเดินหน้างานตำแหน่ง รมว.สาธารณสุขตำแหน่งเดียว เผยในสารจากอธิการบดีถึงชาวมหิดล ระบุในช่วงเวลาที่กำลังติดสินใจนั้น เข้าใจดีถึงความเห็นต่างในสังคมแต่เป็นที่น่าเสียใจว่า แทนที่จะบริหารความขัดแย้งอย่างสันติ ปรึกษาหารืออย่างปัญญาชนของแผ่นดิน กลับมีการให้ข้อมูลด้านเดียวกับสื่อและ social media ใช้ถ้อยคำรุนแรง ทำภาพลักษณ์ม.มหิดลเสื่อมเสีย แจงตัดสินใจครั้งนี้เพื่อรับใช้ประเทศชาติและความเป็นเอกภาพของม.มหิดล

ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน

8 ต.ค.57 เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า จากกรณีที่ ศ.นพ.วิรุณ บุญนุช ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล และกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีสภามหาวิทยาลัยมหิดลมีมติให้ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เลือกดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง โดยต้องตัดสินใจภายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

ล่าสุด ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ศ.นพ.รัชตะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศในช่วงท้ายของที่ประชุมคณบดีมหาวิทยาลัยมหิดลวันนี้ (8 ต.ค.57) ว่า ตนจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตำแหน่งเดียว และจะลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล

รวมทั้งมีสารจากอธิการบดีถึง "ชาวมหิดล" มีใจความรายละเอียดดังนี้

8 ตุลาคม 2557

เรียน ชาวมหิดลที่รักทุกท่าน

ตามที่ผมได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2557 นั้น ผมได้มีสารถึงชาวมหิดล เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2557 เรียนว่างานบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลจะไม่สะดุด และผมขอเวลาศึกษางานสักระยะเวลาหนึ่ง เพื่อจะเรียนให้ชาวมหิดลได้ทราบทิศทางของการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย และกระทรวงสาธารณสุข บัดนี้เวลาได้ผ่านมาพอสมควรแล้ว จึงขอเรียนให้ชาวมหิดลทราบ ดังนี้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 41 ระบุ ให้ข้าราชการหรือพนักงานของรัฐดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองควบคู่กันไปด้วยได้ เจตนารมณ์คือ ขอตัวมาช่วยปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 1 ปี ซึ่งเป็นอายุของรัฐบาลนี้ และเป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของประเทศ โดยยังสามารถปฏิบัติงานประจำควบคู่กันไปได้ด้วย ซึ่งในภาวะปกติสถานการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้แต่ผมได้เรียนกับชาวมหิดลว่าจะขอเวลาประเมินสถานการณ์ก่อนสักระยะ แนวทางประกอบการตัดสินใจมีดังนี้

1. พิจารณาว่าการดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลควบคู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะสามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ประเทศได้อย่างไร ในหลักการ คือ การเชื่อมโยงอุดมศึกษาเข้ากับระบบสุขภาพของประเทศ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุข ดังนั้น การได้ปฏิบัติหน้าที่ ที่กระทรวงสาธารณสุขด้วยจะทำให้ทราบปัญหาความต้องการของประเทศด้านการสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี สามารถนำประสบการณ์ไปใช้ในการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศร่วมกับระบบอุดมศึกษาและในการปรับปรุงการผลิตบุคลากรสาธารณสุขของประเทศได้อย่างเหมาะสมและโอกาสที่ได้อยู่ในคณะรัฐมนตรียังจะช่วยประสานงานด้านอื่นๆ กับอุดมศึกษา เช่น การปฏิรูปสังคม และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น

ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงเวลานี้มิใช่เวลาปกติของประเทศ เป็นโอกาสที่ชาวไทยทุกคนจะต้องรวมพลังช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อจะขับเคลื่อนประเทศ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ให้เกิดการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง และยั่งยืน จึงเป็นไปได้หรือไม่ที่ชาวมหิดล จะช่วยกันร่วมแรงร่วมใจ ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดลให้ดำเนินไปได้ด้วยดีในขณะที่ผมรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย

2. เมื่อผมรับตำแหน่งรัฐมนตรีผมยังมีความรับผิดชอบต่อมหาวิทยาลัยมหิดลในการที่จะวางแผนการบริหารงานในช่วงนี้มิให้มีการติดขัดซึ่งต้องอาศัยเวลาระยะหนึ่งในการวางแผน เตรียมการ มิใช่จะสามารถจะปลดภาระหน้าที่ของอธิการบดีได้โดยทันที

3. ประเมินภาระงานที่กระทรวงสาธารณสุขว่าเป็นอย่างไร จะสามารถทำงานควบคู่กับตำแหน่งอธิการบดีได้หรือไม่ เนื่องจากวันที่ผมเขียนสารถึงชาวมหิดลนั้น เป็นวันที่ 1 กันยายน 2557 กว่าที่ผมจะเข้าปฏิบัติงานที่กระทรวงสาธารณสุข เป็นวันที่ 13 กันยายน 2557 เนื่องจากต้องผ่านการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อน และรอให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติก่อน

4. เนื่องจากมีรัฐมนตรีอีกหลายท่านในรัฐบาลชุดนี้ซึ่งอยู่ในสถานะเดียวกับผม คือ ควบตำแหน่งรัฐมนตรีและงานประจำด้วย เนื่องจากในขณะนี้เป็นภาวะวิกฤติของประเทศ มีความจำเป็นต้องใช้บุคลากร ที่มีความรู้และประสบการณ์ในสายงานต่างๆ เพื่อช่วยกันแก้ไขวิกฤติของประเทศ ผมจึงต้องศึกษาแนวทางจากรัฐบาลในประเด็นนี้ประกอบด้วย

ผมขอเรียนว่าในแนวทางประกอบการตัดสินใจข้อแรกเป็นแนวทางที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ ผมทราบว่าชาวมหิดลบางกลุ่มมีความประสงค์จะให้ผมดำรงอยู่ทั้ง 2 ตำแหน่ง แต่บางกลุ่มไม่เห็นด้วย ซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างนี้เกิดขึ้นอยู่เป็นปกติไม่ว่าในสังคมใดก็ตาม ผมได้เตรียมการที่จะให้มีการปรึกษาหารือ ในเรื่องนี้ระหว่างฝ่ายที่เห็นแตกต่าง ด้วยสันติ ด้วยสุนทรียสนทนา เป็นการภายในมหาวิทยาลัยของเรา

เพื่อให้ได้มีข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่เราใช้กันมาโดยตลอดภายในมหาวิทยาลัยของเราแต่เป็นที่น่าเสียใจที่ชาวมหิดลบางกลุ่มมิได้เลือกใช้วิธีที่จะบริหารความเห็นที่แตกต่างโดยสันติแต่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะได้เข้าไปเริ่มทำงานในกระทรวงสาธารณสุขนำประเด็นที่ควรจะปรึกษาหารือตกลงกันได้อย่าง “ปัญญาชนของแผ่นดิน” ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศทางสื่อมวลชน และมีการแพร่ข่าวผ่านทาง social media ต่างๆ ซึ่งเป็นข้อมูลด้านเดียวที่ให้แก่สังคม โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรง และทำให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลเสื่อมเสีย ผมมิประสงค์จะตอบโต้เนื่องจากไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลเสื่อมเสียไปมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ตามที่ผมได้สัญญากับชาวมหิดลไว้ว่าจะขอเวลาสักระยะโดยอาศัยแนวทางประกอบการตัดสินใจ 4 องค์ประกอบ ตามที่เรียนให้ทราบแล้วข้างต้น

ผมจึงได้ตัดสินใจว่าจะขอปฏิบัติหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพียงตำแหน่งเดียว ทั้งนี้ เพื่อจะได้รับใช้ประเทศชาติและเพื่อความเป็นเอกภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล

สำหรับการบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลในระยะเปลี่ยนผ่านว่าจะดำเนินการอย่างไรนั้น ผมจะนำเข้าปรึกษาหารือในสภามหาวิทยาลัยมหิดลในการประชุมสภาฯ วันที่ 15 ตุลาคม 2557

ผมขอวิงวอนต่อชาวมหิดลว่าเหตุการณ์เช่นนี้มิควรเกิดขึ้นอีกในมหาวิทยาลัยที่เป็นที่รักของเรา มหาวิทยาลัยต้องเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรมของสังคม ขอให้ชาวมหิดลทุกคนปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักธรรมาภิบาลบริหารความคิดความเห็นที่แตกต่างโดยสันติด้วยสติและปัญญา ปัญหาภายในมหาวิทยาลัยของเราควรแก้ไขกันเอง โดยไม่ต้องประโคมข่าวสู่สังคมภายนอก ที่จะไม่เข้าใจความเป็นมาของแต่ละปัญหาอย่างลึกซึ้ง ไม่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมของมหิดล เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียวแก่สังคม และทำให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลเสื่อมเสีย

ผมขอให้ชาวมหิดลทุกคนตระหนักอีกครั้งว่าขณะนี้มิใช่เวลาที่ประเทศเป็นปกติแต่ชาติของเรากำลังอยู่ในช่วงของการปฏิรูป ซึ่งชาวไทยทุกคนรวมทั้งชาวมหิดลด้วย จะต้องรวมพลังร่วมแรงร่วมใจ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ให้ชาติของเราก้าวหน้า และมีการพัฒนาต่อเนื่องอย่างยั่งยืน ผมจะนัดหมายเพื่อสรุปงานที่ผมได้ดำเนินการในฐานะอธิการบดีและเพื่อขอบคุณทุกท่านตามกำหนดการที่จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ในขณะนี้ดัชนีชี้วัดทุกตัวระบุว่ามหาวิทยาลัยของเรามีความก้าวหน้าในทุกทาง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคและมีโครงการจำนวนมากที่ลงดำเนินการในชุมชนที่ประชาชนไทยในชุมชนจะได้รับการพัฒนาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณท่านรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการกอง และชาวมหิดลทุกท่านที่เสียสละทุ่มเททำงานเพื่อมหาวิทยาลัยมหิดล และสังคมไทย และขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ท่านได้มอบให้กับผมมาโดยตลอด

ขอบคุณครับ

ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล.