กรมอนามัยแนะแปรงฟันตามสูตร 2-2-2

Fri, 2015-01-16 19:34 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ห่วงเด็กไม่ยอมแปรงฟัน เหตุอากาศหนาว น้ำเย็นทำเสียวฟัน เสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ แนะผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด และควบคุมให้แปรงฟันตามสูตร 2-2-2 ใช้น้ำบ้วนปากเล็กน้อยได้ แต่ต้องบ้วนยาสีฟันออกให้หมด

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงที่อุณหภูมิของอากาศลดต่ำลง มีผลให้น้ำประปาหรือน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเย็นกว่าปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เด็กๆ ไม่อยากแปรงฟัน เพราะไม่ชอบน้ำเย็นจัดหรือกลัวน้ำเย็นจะทำให้เกิดอาการเสียวฟันเนื่องจากมีฟันผุอยู่ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องดูแลควบคุมการแปรงฟันของเด็กๆ อย่างใกล้ชิด

จากการสำรวจในปี 2555 พบว่าการแปรงฟันของเด็กไทยอายุ 3 ปี แปรงฟันตอนเช้าก่อนมาโรงเรียนร้อยละ 94.5 มีผู้ปกครองแปรงให้ร้อยละ 44.2 อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองในเขตกรุงเทพมหานครและเขตเมืองจะแปรงฟันให้เด็กมากกว่าผู้ปกครองในเขตชนบท และในเด็กอายุ 5 ปี พบมีการแปรงฟันด้วยตนเองมากขึ้น แนะนำให้ผู้ปกครองแปรงฟันซ้ำให้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี นอกจากนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ตั้งแต่ฟันน้ำนมเริ่มขึ้นหรือในขวบปีแรก ซึ่งจะช่วยป้องกันฟันผุได้ถึงร้อยละ 30 แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องดูแลเด็กทุกครั้งที่แปรงฟัน เพื่อควบคุมการบีบยาสีฟันให้มีปริมาณที่เหมาะสมตามช่วงวัย คือ เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ให้ใช้ยาสีฟันปริมาณแค่แตะพอชื้น ส่วนเด็กอายุ 3-6 ปี ให้ใช้ยาสีฟันปริมาณครึ่งเซนติเมตรหรือเท่าเมล็ดข้าวโพด

ทางด้าน ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า พ่อแม่ผู้ปกครองควรมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการแปรงฟัน คือ ให้วางขนแปรงให้ตั้งฉากกับตัวฟันน้ำนม แล้วถูไปมาสั้นๆ ในแนวขวาง ใช้แปรงขนนุ่ม ขนาดเล็กพอเหมาะตามอายุเด็ก เพื่อไม่ให้หัวแปรงกระแทกเหงือกและกระพุ้งแก้มเด็ก และควรแปรงฟันตามสูตร 2-2-2 คือ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน แปรงฟันนานครั้งละ 2 นาที หากใช้เวลาน้อยกว่านี้จะไม่สามารถแปรงได้สะอาดทั่วถึงครบทุกซี่ฟัน หลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมงไม่ควรรับประทานอาหารหวาน น้ำอัดลม เพื่อไม่เพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ในช่องปาก ช่วยยืดเวลาให้ช่องปากสะอาดนานขึ้น ทั้งนี้ อุณหภูมิของน้ำที่เย็นอาจทำให้เด็กไม่อยากแปรงฟัน ดังนั้น ในการแปรงฟันแต่ละครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมาก เพียงบ้วนน้ำเล็กน้อยหรือบ้วนยาสีฟันในปากทิ้งให้หมดโดยไม่บ้วนน้ำก็สามารถทำให้ฟันสะอาดได้

"ทั้งนี้ การที่เด็กจะมีฟันที่สะอาดแข็งแรงได้นั้น นอกจากจะต้องแปรงฟันตอนเช้าและก่อนนอนแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองควรคุมเข้มในเรื่องอาหารที่เด็กรับประทานในแต่ละวันด้วย โดยให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด เพราะอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลนั้นเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรคฟันผุที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในช่องปากของเด็กในระยะยาวได้” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด