สปสช.แจง รพ.สังกัด สป.สธ.ได้งบเหมาจ่าย 72% ไม่ใช่ 40%

Fri, 2015-05-08 07:00 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สปสช.แจงปีงบประมาณ 57 รพ.สังกัด สป.สธ.ได้รับงบเหมาจ่ายรายหัว 73,000 ล้านบาท คิดเป็น 72% ไม่ใช่ 40% ตามที่มีเผยแพร่ในบทความวิชาการ ส่วนงบที่หายไปเป็นเงินเดือนบุคลากรปีละประมาณ 38,000 ล้านบาท ไม่ใช่ 50,000 ล้านบาทตามที่เข้าใจผิด ระบุยินดีนักวิชาการร่วมแลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนาหลักประกันสุขภาพของคนไทยทุกคนร่วมกัน

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ โฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่มีความเข้าใจผิดเรื่องค่าใช้จ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยเฉพาะในส่วนของงบเหมาจ่ายรายหัวที่โรงพยาบาล(รพ.) ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) ได้รับ โดยระบุว่า รพ.สังกัด สป.สธ.ได้รับเพียงร้อยละ 40 ของงบประมาณค่าเหมาจ่ายรายหัวทั้งหมดนั้น สปสช.ขอชี้แจงว่า ข้อมูลข้างต้นนี้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สปสช.จัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวให้ รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขประมาณร้อยละ 70 ไม่ใช่ร้อยละ 40 ส่วนคำถามที่ว่าเงินที่หายไปนั้น สปสช.นำไปใช้อะไรนั้น ตอบว่า เงินส่วนที่หายไปเป็นงบประมาณส่วนของค่าแรงบุคลากรที่สำนักงบประมาณหักไว้ เพราะอย่างที่รู้กันว่า งบเหมาจ่ายรายหัวนั้นได้รวมค่าแรงหรือเงินเดือนบุคลากรทางการแพทย์ไว้ด้วย และไม่ได้หายไปเกือบ 50,000 ล้านบาท แต่ประมาณ 38,000 ล้านบาท

ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในงบเหมาจ่ายรายหัวนั้นจะมีการแบ่งเป็นหมวดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ โดยเป็นการออกแบบเพื่อทำให้ รพ.แบกรับภาระน้อยที่สุดในการต้องจ่ายกรณีรักษาโรคค่าใช้จ่ายสูง ตามจ่ายกรณีการส่งต่อ ซึ่งงบแต่ละรายการจะมีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น บริการผู้ป่วยนอก ใช้เพื่อจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลประชาชนที่มารับบริการเป็นผู้ป่วยนอก โดยจัดสรรให้กับ รพ.ในลักษณะเหมาจ่ายรายประชากรที่ลงทะเบียนไว้ หรือบริการกรณีเฉพาะ เป็นงบประมาณที่กันไว้เพื่อจ่ายเป็นค่าบริการทางการแพทย์ในโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ โดยจัดสรรให้แก่ รพ.ตามผลงานการให้บริการจริง เป็นต้น

ถึงแม้ว่า รพ.สังกัด สป.สธ.จะมีจำนวนมากที่สุดและมีสัดส่วนการให้บริการมากที่สุด แต่ยังมี รพ.สังกัดอื่นในระบบหลักประกันสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีการให้บริการแก่ผู้มีสิทธิ ข้อมูลปีงบประมาณ 2557 ณ วันที่ 4 พ.ย.57 พบว่ามีการจัดสรรงบประมาณให้แก่ รพ.สังกัดต่างๆ ดังนี้ 1.รพ.สังกัด สป.สธ. จำนวนเงิน 72,852,620,334 บาท ร้อยละ 72.73 2.รพ.รัฐ อื่นๆ จำนวนเงิน 17,262,480,728 ร้อยละ 17.23 3.รพ.เอกชน จำนวนเงิน 7,163,510,045 ร้อยละ 7.15 4.รพ.สังกัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวนเงิน 2,333,028,618 ร้อยละ 2.33 และ 5.รพ.สังกัด อื่นๆ จำนวนเงิน  554,797,225 ร้อยละ 0.55 รวมทั้งหมดเป็นเงินทั้งสิ้น 100,166,436,950 บาท หรือประมาณกว่าหนึ่งแสนล้านบาท

“จะเห็นว่าวงเงินที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมดในปี 57 มีน้อยกว่าตัวเลขเหมาจ่ายรายหัวที่รัฐจัดสรรให้ คูณกับจำนวนประชากร 48 ล้านคน ทั้งนี้เนื่องจากสำนักงบประมาณได้รวมค่าแรงบุคลากรภาครัฐส่วนหนึ่งราว 38,000 ล้านบาทไว้ด้วย ดังนั้นเมื่อ สปสช.จัดสรรเงินให้แก่โรงพยาบาล ก็ต้องหักค่าแรงดังกล่าวออกตามสัดส่วนเนื่องจากถือเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุน และจะเห็นว่า รพ.ของกระทรวงสาธารณสุขได้รับการจัดสรรถึงร้อยละ 72 ไม่ใช่ร้อยละ 40 ตามที่มีการกล่าวอ้าง” ทพ.อรรถพร กล่าว

โฆษกสปสช. กล่าวต่อว่า ระยะนี้มีบทความวิชาการที่แสดงถึงความห่วงใยเรื่องการจัดการงบประมาณในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติออกมาจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากในการร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นเพื่อการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของคนไทยทุกคนด้วยกัน อย่างไรก็ตามข้อมูลที่นำมาคำนวณนั้นเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สปสช.จึงต้องชี้แจง และในเร็วๆ นี้ สปสช.จะจัดทำบทความวิชาการเพื่อชี้แจงบทความวิชาการจากกลุ่มต่างๆ ที่แสดงถึงความห่วงใยเรื่องการใช้งบประมาณ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และนำไปสู่การแลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนาระบบร่วมกันบนฐานข้อมูลที่เป็นจริงต่อไป