ก.พ.ร.ประเมินผลองค์การมหาชน สปสช.ได้คะแนนสูงสุด

Wed, 2015-11-25 14:33 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ครม.มีมติรับทราบรายงานการประเมินผลองค์การมหาชนประจำปี 57 โดยคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เผย สปสช.ได้คะแนนสูงสุด 4.8 จากคะแนนเต็ม 5

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ โฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช.ได้รับแจ้งว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 นั้น ครม.มีมติรับทราบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอสรุปรายงานการประเมินผลองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ซึ่งได้รับรายงานการประเมินผล จำนวน 13 แห่ง จำแนกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 องค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะที่อยู่ในระบบการประเมินทุนหมุนเวียนของกรมบัญชีกลาง จำนวน 8 แห่ง และกลุ่มที่ 2 องค์การมหาชนฯ ที่มีระบบการประเมินผลตนเอง จำนวน 5 แห่ง โดยองค์การมหาชน จำนวน 13 แห่ง มีผลงานบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง และพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย ส่วนใหญ่ (10 แห่ง) มีผลการประเมินการปฏิบัติงานในภาพรวมสูงกว่าเป้าหมาย (คะแนนมากกว่า 3 คะแนนขึ้นไป จากคะแนนเต็ม 5 ) คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.2756

“โดยองค์การมหาชน ที่มีผลคะแนนรวมสูงสุด คือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้รับ 4.8473 คะแนน นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ สปสช.ได้รับ ในฐานะหน่วยงานที่บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการดูแลของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ภายใต้เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 และหลักการการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และที่ขาดไม่ได้คือบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขทุกท่านทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อการบรรลุเป้าหมายประชาชนมีสุขภาพดีถ้วนหน้าภายใต้กลไกการมีส่วนร่วมของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” โฆษก สปสช.กล่าว

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม