ครม.อนุมัติโครงการ 'ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย' 15 ก.ค.-15 ส.ค.นี้ ผ่าน 3 แบงก์รัฐ

Sun, 2016-06-19 12:47 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ครม.อนุมัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ชี้จะช่วยทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อย และสามารถนำไปกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เปิดลงทะเบียน 15 กรกฎาคม-15 สิงหาคมนี้ ผ่าน 3 แบงก์รัฐ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน อนุมัติหลักการโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ในการจัดทำฐานข้อมูลประชาชน โดยคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อย และสามารถนำไปกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเป็นไปอย่างไม่ตรงจุด

ทั้งนี้ การลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐจะเปิดดำเนินการแบบสมัครใจ โดยคุณสมบัติของผู้มีรายได้น้อย เช่น ต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นบุคคลว่างงาน หรือมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ซึ่งผู้ลงทะเบียนจะต้องเปิดเผยรายละเอียดรายได้ การถือครองทรัพย์สินของตน เจ้าหนี้และจำนวนหนี้สินทั้งหมด

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการเตรียมเปิดให้ผู้มีสิทธิลงทะเบียนรัฐสวัสดิการลงทะเบียนผ่าน 3 สถาบันการเงิน คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม-15 สิงหาคมนี้ และสำหรับปีต่อๆ ไป ให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1-30 กันยายนของทุกปี ซึ่ง 3 สถาบันการเงิน รับหน้าที่เก็บรวมรวมเอกสาร แล้วส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมสรรพากรเพื่อจัดเก็บข้อมูลและทำการตรวจสอบความถูกต้องในภายหลัง

ขณะที่กรมสรรพากรจะเชื่อมโยงข้อมูลไปยังฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อประมวลข้อมูลผู้มีรายได้น้อย นำไปบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม แล้วนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการสังคมภายใต้โครงการอี-เพย์เมนต์ ภาครัฐในระยะต่อไป โดยกระทรวงการคลัง จะต้องไปจัดทำรายละเอียดต่างๆ ให้สมบูรณ์ก่อนออกเป็นระเบียบและประกาศใช้ในเร็วๆนี้ เพื่อให้ทันการเปิดลงทะเบียนในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ทำหน้าที่ดูแลสหกรณ์ทั้งระบบ เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ แจ้งว่าดูแลไม่ไหว ธปท.แจ้งว่า มีสถาบันการเงินหลายแห่งดูแลแล้ว จึงมอบหมายให้กระทรวงการคลังศึกษาแนวทางดูแลระบบสหกรณ์ เพราะมีเงินฝากทั้งระบบหลายแสนล้านบาท

สาระสำคัญของโครงการการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ  มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของการจัดสวัสดิการสังคมและการให้เงินช่วยเหลือของภาครัฐ อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาควมยากจน ในสังคมไทยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

รายการ

สาระสำคัญ

1.คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียนรัฐสวัสดิการ

- ว่างงานหรือมีรายได้ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นในแต่ละปีปฏิทินไม่เกิน 100,000 บาท และเป็นรูปแบบสมัครใจ (Voluntary Basis) โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยรายได้ การถือครองทรัพย์สินของตน เจ้าหนี้และจำนวนหนี้สินที่คงค้าง เป็นต้น

- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และมีสัญชาติไทย

2.กลไกการดำเนินการ

- ลงทะเบียน ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2559 สำหรับปีต่อ ๆ ไป ให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1 – 30 กันยายนของแต่ละปี

- สถาบันการเงินดังกล่าวจะจัดเก็บเอกาสารแล้วส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมสรรพากรเพื่อจัดเก็บข้อมูลและทำการตรวจสอบความถูกต้องในภายหลัง (Post Audit)

- กรมสรรพากรเชื่อมโยงข้อมูลไปยังฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อประมวลข้อมูลผู้มีรายได้น้อย นำไปบูรณาการข้อมูลสวัสดิการสังคม แล้วนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการสังคมภายใต้โครงการ e-Payment ภาครัฐในระยะต่อไป

3.ผลกระทบ

- ช่วยทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อย โดยทราบข้อมูลและสามารถนำไปกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

4.ค่าใช้จ่ายและแหล่งที่มา

- ขอความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนผู้ยากไร้ ช่วยคนจน หรือตีตราคนจน

ประชาชน 3.36 แสนคน ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยแล้ว

ลงทะเบียน 'คนจน' เดินมาครึ่งทางยังเหงา !

คลังยืนยันไม่ขยายเวลาลงทะเบียนคนจน

โวยลงทะเบียนผู้ยากไร้ไม่เอื้อผู้ป่วยติดเตียง

ปิดฉากลงทะเบียนคนจนต่ำกว่าเป้าเหลือแค่ 5.3 ล.

ตรวจสอบลงทะเบียนคนจนเสร็จแล้ว 8 ล้านคน แต่ไม่แจ้งผล ให้ใช้เป็นฐานข้อมูล