สบส.บุกรวบตัว “หมอฟันเถื่อน” คลินิกย่านแจ้งวัฒนะ ยังเป็นนักศึกษา

Sat, 2016-07-09 16:27 -- hfocus
Print this pagePrint this page

บุกจับหมอฟันเถื่อนในคลินิกทันตกรรม ถ.แจ้งวัฒนะ ย่านบางเขน กทม. ขณะกำลังเรียนทันตแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเอกชน 8 ปี ยังไม่จบ แต่แสดงตัวเป็นทันตแพทย์ขูดหินปูน ในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ และ มีพฤติกรรมตระเวนจัดฟัน ขุดหินปูน ถอนฟันอีกหลายคลินิก ดำเนินคดีทั้งผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และทันตแพทย์จริงที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลในข้อหาปล่อยผู้อื่นที่ไม่ใช่ทันตแพทย์มาดำเนินการ พร้อมทั้งสั่งปิดคลินิกเป็นเวลา 30 วัน ระบุขณะนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานพยาบาล หมอ ทันตแพทย์จริงที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทันตแพทยสภา และแพทยสภา

วันนี้ (9 กรกฎาคม 2559) นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้ช่วยอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ นำทีมเจ้าหน้าที่กฎหมายและ พ.ต.ท.อภิชัย ไลออน รองผู้กำกับการกอง 4 กองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค บุกรวบตัวหมอฟันเถื่อนที่คลินิกทันตกรรม เด็นตัลวันคลินิก ตั้งอยู่เลขที่ 76/52 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงอนุสาวรีย์ บางเขน กทม. หลังจากได้รับร้องเรียนจากประชาชนผู้เข้าไปใช้บริการว่าคลินิกแห่งนี้ มีการใช้บุคลากรที่ไม่ใช่ทันตแพทย์และไม่มีใบประกอบประกอบวิชาชีพทันตกรรมมาให้บริการ 

นพ.บุญเรือง กล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่า คลินิกทันตกรรมเดนทัลวันคิลินิก มี ทพญ.กฤษณีย์ พรธิติเนศ เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาล เปิดให้บริการตั้งแต่ พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา คลินิกแห่งนี้มีการขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้องตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 แต่นำทันตแพทย์เถื่อน ซึ่งเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ คณะทันตแพทย์ ปีที่ 8 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านรังสิต อายุ 27 ปี มาให้บริการทำฟันที่คลินิกแห่งนี้ในวันเสาร์ อาทิตย์ และยังออกใบรับรองแพทย์ให้ประชาชนในนามของ ทพญ.กฤษณีย์ พรธิติเนศ ส่วนวันจันทร์ถึงศุกร์จะไปเรียนที่คณะทันตแพทย์ จากการสอบประวัติจากคณบดียังพบว่าบุคคลรายนี้มีพฤติกรรมไปรับงานที่คลินิกทันตกรรมอื่นๆ เช่นทำฟัน จัดฟัน ขูดหินปูน อยู่ประจำ

ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหาบุคคลทั้ง 2 ประกอบด้วย

1. ตัวนักศึกษาทันตแพทย์ ในข้อหาประกอบวิชาชีพทันตกรรม โดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ดำเนินคดี ทพญ.กฤษณีย์ พรธิติเนศ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ในข้อหาปล่อยผู้อื่นที่ไม่ใช่ทันตแพทย์มาดำเนินการแทน ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ สบส.ได้สั่งปิดคลินิกแห่งนี้เป็นเวลา 30 วันด้วย

นพ.บุญเรือง กล่าวต่อว่า ในการเข้ารับบริการที่สถานพยาบาล หรือคลินิกทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรักษาโรคทั่วไป หรือทำฟัน ประชาชนสามารถตรวจสอบผู้ให้การรักษาว่า เป็นแพทย์หรือทันตแพทย์จริงหรือไม่ จากเว็บไซต์ของแพทยสภา และทันตแพทยสภา โดยพิมพ์ชื่อ-นามสกุล ของแพทย์ ทันตแพทย์ที่ให้บริการ ก็จะรู้ทันที หากไม่มีชื่อปรากฏแสดงว่าเป็นหมอเถื่อน ส่วนสถานพยาบาล และคลินิกก็สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (http://hss.moph.go.th) โดยพิมพ์ชื่อสถานพยาบาลเป็นภาษาไทย สะกดให้ถูกต้อง ก็จะทราบทันที ซึ่งในเว็บไซต์จะบอกจำนวนสาขา สถานที่ตั้งอย่างชัดเจน 
นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้ช่วยอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า สบส.ขอเน้นย้ำให้แพทย์ ทันตแพทย์ และสถานพยาบาลทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายสถานพยาบาล พ.ศ.2541 สถานที่ แพทย์หรือทันตแพทย์ เครื่องมือ และเวชภัณฑ์ต้องได้มาตรฐาน ปลอดภัย หากผู้ใดฝ่าฝืน สบส.จะดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยประชาชนสามารถสังเกตสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานได้จากหลักฐาน 5 ประการ ดังนี้

1. มีป้ายชื่อสถานพยาบาลและเลขที่ใบอนุญาต 13 หลักติดอยู่ที่หน้าสถานพยาบาล

2. มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และดำเนินการสถานพยาบาลที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข

3. มีป้ายชื่อ สกุล รูปถ่ายของแพทย์ ทันตแพทย์ ที่ตรวจรักษา พร้อมกับใบอนุญาตการประกอบโรคศิลปะของแพทย์รายนั้นติดหน้าห้องตรวจ โดยรูปต้องตรงกับตัวจริงที่ให้บริการขณะนั้น  

4. มีหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมประจำปีปัจจุบัน

และ 5. แสดงอัตราค่ารักษา สอบถามราคาได้

หากมีหลักฐานไม่ครบถ้วนตามที่กล่าวมาแสดงว่าไม่ได้มาตรฐานและขอให้แจ้งที่เฟชบุ๊คมือปราบสถานพยาบาลเถื่อน, เฟซบุ๊คสารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ หรือโทรสายด่วน 02-193-7999 กรม สบส. จะดำเนินการทางกฎหมายทันที

ปัจจุบัน สบส.ขึ้นทะเบียนคลินิกทันตกรรมทั่วประเทศจำนวน 4,276 แห่ง อยู่ใน กทม. 1468 แห่ง ต่างจังหวัด 2,808 แห่ง มี 3 ประเภท ได้แก่คลินิทันตกรรมทั่วไป 4,171 แห่ง คลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง 73 แห่ง และคลินิกทันตกรรมชั้นสอง 32 แห่ง