สบส.จัดแพคเกจสุขภาพพิเศษให้ต่างชาติ-จีน ราคาเดียวกันทุกที่ เริ่ม 9 ก.ย.นี้

Fri, 2016-09-02 17:44 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จัดทำแพคเกจพิเศษด้านสุขภาพบริการชาวโลกและชาวจีน 3 แพคเกจ ได้แก่ การตรวจสุขภาพ 4 กลุ่มวัย รู้ผล 24 ชม. ทันตกรรมเด็ก/ผู้ใหญ่ราคาเดียวกันทุกที่ และเปิดบริการรักษาผู้มีบุตรยากแก่ชาวจีนรับปีระกาปีแห่งมงคล เริ่ม 9 ก.ย.นี้ มีโรงพยาบาลและคลินิกมาตรฐานนานาชาติเข้าร่วม 70 แห่ง เผยตลาดการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพระดับโลกล่าสุดในปี 2556 สร้างรายได้มากถึง 494 พันล้านเหรียญสหรัฐ ไทยติด 20 อันดับแรกยอดนิยมโลก

นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ในการเดินหน้าโครงการเมดิคัลฮับในปีนี้ สบส.ได้จัดทำแพคเกจพิเศษด้านสุขภาพเพื่อให้บริการส่งเสริมสุขภาพแก่ชาวต่างชาติ ภายใต้แคมเปญ “Visit Thailand enhance your healthy life” หรือมาเที่ยวเมืองไทยสุขภาพดี ชีวีมีสุข ซึ่งไทยมีจุดแข็ง ทั้งด้านบริการ สถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เครื่องมือ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ราคาเหมาะสม และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เนื่องจากขณะนี้ตลาดการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพทั่วโลกได้รับความนิยมเป็นอันมาก มีอัตราเติบโตปีละประมาณ 13% ข้อมูลจากสถาบันท่องเที่ยวสุขภาพโลก รายงานในปี พ.ศ.2556 ตลาดท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพสร้างรายได้มากถึง 494 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 16,302,000 ล้านบาท ซึ่งไทยติดอันดับกลุ่ม 20 ประเทศยอดนิยมขยับจากอันดับที่ 14 ในปี 2555  เป็นอันดับ 13 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 8.3 ล้านครั้ง สร้างรายได้ประมาณ 290,400 ล้านบาท 

แพ็กเกจพิเศษด้านสุขภาพที่จัดทำครั้งนี้มี 3 ประเภท ได้แก่

1.การตรวจสุขภาพตามกลุ่มอายุ

2.ด้านทันตกรรม ในราคาเดียวกันทุกสถานพยาบาล

และ 3.การรักษาผู้มีลูกยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์

โดยมีโรงพยาบาลเอกชน และคลินิกที่ผ่านมาตรฐานสากลเจซีไอเข้าร่วมทั้งหมด 70 แห่ง จะเริ่มบริการตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2559 เป็นต้นไป  

สำหรับแพคเกจการตรวจสุขภาพและทันตกรรมนั้นให้บริการแก่ชาวต่างชาติจากทั่วโลก เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนจนถึง 31 ธันวาคม 2559 การตรวจสุขภาพมีรายการตรวจ สำคัญครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ทราบผลการตรวจภายใน 24 ชั่วโมง อาทิเช่น ตรวจน้ำตาล ไขมัน เอ็กซเรย์ปอด ตรวจอัลตราซาวน์ช่องท้อง ตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม ค่าบริการเท่ากันทุกแห่งแบ่งเป็น 4 กลุ่มอายุ ได้แก่ กลุ่มอายุต่ำกว่า 30 ปี ราคา 80 ยูโร หรือ 93 เหรียญสหรัฐ, กลุ่มอายุ 30 - 40 ปี ราคา 225 - 300 ยูโร และ 260 - 347 เหรียญสหรัฐ, กลุ่มอายุ 40 - 50 ปี ราคา 380 - 455 ยูโร และ 440 - 527 เหรียญสหรัฐ, กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป ราคา 412 - 487 ยูโร และ 477 - 564 เหรียญสหรัฐ มีสถานพยาบาลเอกชนเข้าร่วม 27แห่ง

แพคเกจด้านทันตกรรม แบ่งเป็นกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ ในลักษณะการทำทันตกรรมประดิษฐ์ ซึ่งทันตแพทย์ไทยมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก เช่น ฟอกสีฟัน ถอนฟัน รักษารากฟัน ทำรากฟันเทียม เคลือบฟลูออไรด์ กำหนดอัตราค่ารักษาเป็นราคากลางทุกโปรแกรม เช่น ฟอกสีฟัน ราคา 173 - 260 เหรียญสหรัฐ หรือ 155 - 233 เหรียญสหรัฐ ทำรากฟันเทียม ราคา ตั้งแต่ 2,165 - 15,007 เหรียญสหรัฐ หรือ 1,938 - 13,435 ยูโร เป็นต้น มีสถานพยาบาลเอกชนเข้าร่วม 24 แห่ง ทั้งนี้แพคเกจการตรวจสุขภาพและทันตกรรมจะจำหน่ายที่สถานพยาบาลโดยตรง และเว็บไซต์ของสถานพยาบาล หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย

ในส่วนแพคเกจการรักษาผู้ที่มีลูกยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ เน้นในกลุ่มชาวจีน ซึ่งปีหน้าเป็นปีระกา ตามความเชื่อของชาวจีนถือว่าเป็นปีมงคลและนิยมคลอดบุตร จากข้อมูลวิชาการพบว่าการมีลูกยากเป็นปัญหาอันดับ 3 ของชาวจีนรองจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ให้บริการหลากหลายวิธี เช่น เด็กหลอดแก้ว หรือไอวีเอฟ, กิ๊ฟ มีสถานพยาบาลเอกชนเข้าร่วม 19 แห่ง ค่ารักษาพยาบาลตามที่สถานพยาบาลกำหนด โดยจะประชาสัมพันธ์ในสายการบินที่บินตรงมายังประเทศไทย ได้แก่ ปักกิ่ง กว่างโจว และเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น และแปลข้อกฎหมาย ข้อปฏิบัติในการรับบริการเป็นภาษาจีน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเข้ารับบริการ แพคเกจนี้เริ่มวันที่ 9 เดือนกันยายน 2559 เป็นต้นไปและทำต่อเนื่อง

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดี สบส.กล่าวว่า การจัดทำแพคเกจพิเศษด้านสุขภาพครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุขโดย สบส. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ สถานพยาบาลเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ เพื่อเชิญชวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและต้องการดูแลสุขภาพด้วย ในรอบ 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2559 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยกว่า 19 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 12 อันดับ 1 มาจากเอเชีย ร้อยละ 68 รองลงมา คือ ยุโรป ร้อยละ 18 เอเชียใต้ ร้อยละ 5 อเมริกา ร้อยละ 4 ส่วนที่เหลือมาจากโอเชียเนีย ตะวันออกลาง และแอฟริกา คาดว่าในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม จะมีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 ล้านคน