รพ.สังกัด กทม.แห่งหนึ่งปัดขายประกันสุขภาพให้บุตรแรงงานข้ามชาติ

Mon, 2017-01-02 19:46 -- hfocus
Print this pagePrint this page

แรงงานเมียนมาร์เผย โรงพยาบาลสังกัด กทม.แห่งหนึ่งไม่ต่อบัตรประกันสุขภาพให้ลูกแรงงานข้ามชาติ โดยให้เหตุผลว่า”ไม่ขายแล้ว”

นาย SAL LWIN นักสิทธิแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ เปิดเผยว่า เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมาได้ติดต่อโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อซื้อบัตรประกันสุขภาพแก่ของบุตรของแรงงานข้ามชาติ ตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งส่งเสริมให้แรงงานข้ามชาติและครอบครัวที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมซื้อบัตรประกันสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่าไม่ได้ขายบัตรประกันสุขภาพแล้ว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าปีก่อนยังขาย แต่เหตุใดปีนี้จึงไม่ขายแล้ว

“ปีก่อนเขาขายนะ ผมเป็นคนพาไปซื้อบัตรประกันสุขภาพกว่า 180 คน แต่ปีนี้ไม่ได้สักคน จะไปต่ออายุ เขาบอกว่าไม่ขายแล้ว” นาย SAL LWIN กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตนไม่แน่ใจว่าโรงพยาบาลอื่นมีนโยบายแบบเดียวกันหรือไม่ เพราะได้สอบถามที่โรงพยาบาลแห่งนี้เพียงที่เดียว และตั้งใจว่าในต้นเดือน ม.ค. 2560 จะเข้าไปสอบถามอีกครั้งว่ายังมีขายบัตรประกันสุขภาพอีกหรือไม่

ทั้งนี้ การทำบัตรประกันสุขภาพให้แก่แรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาร์ กัมพูชาและลาวที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม เป็นนโยบายของรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 15 ม.ค. 2556 เรื่องการให้การดูแลทางการแพทย์แก่แรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม และมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 23 ก.พ. 2559 เรื่องการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวปี 2559 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 ข้อ 2.2 กำหนดอัตราค่าบริการ ว่า ผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของแรงงานต่างด้าวที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี ราคา 730 บาท/คน อายุคุ้มครอง 2 ปี สิ้นสุดการคุ้มครองวันที่ 31 มี.ค.2561

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม