‘อภัยภูเบศร’ ลงเครื่องจักรใหม่ 48 ล้านขยายการผลิต ตั้งเป้ายอดขาย 600 ล้าน

“สมุนไพรอภัยภูเบศร” ทุ่มงบ 48 ล้าน ลงเครื่องจักรใหม่ขยายการผลิต ตั้งเป้าการจำหน่าย 600 ล้านบาท ในปี 61

ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ดำเนินการปรับกลยุธรทางการตลาดให้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการพัฒนาตลาดสมุนไพรของประเทศ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในตลาดสมุนไพรจึงต้องทำการตลาดเชิงรุก รวมถึงการลงทุนพัฒนาเครื่องจักรอุตสาหกรรมยาสมุนไพร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต รองรับการขยายกำลังการผลิตและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศร ในปี 61 ตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ โดยตั้งเป้าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเติบโตที่ 15% หรือ มูลค่าการจำหน่ายกว่า 600 ล้านบาท หวังช่วยให้เกษตรกรไทยในเครือข่ายและประชาชนได้รับประโยชน์จากผลประกอบการที่เติบโตขึ้น

จากการวิเคราะห์ มูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรของอภัยภูเบศรสามารถส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของเกษตรกรได้โดยตรง จากกาทำคอนแท็คฟาร์มมิ่ง มีการประกันราคาซื้อล่วงหน้า 2 ปี คิดเป็นเงินให้กับเกษตรในเครือข่ายปีละ 40 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายในแต่ละปียังนำไปสร้างประโยชน์และการเรียนรู้กิจกรรมเชิงสังคมต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา อภัยภูเบศรคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนเป็นสำคัญ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเราจึงเลือกใช้วัตถุดิบปลอดสารเคมี100% ผ่านการรองรับมาตรฐาน IFOAM และสร้างรายได้ให้กับเกษตรไทยในเครือข่าย นอกจากวัตถุดิบที่ปลอดภัยแล้ว เรายังได้เพิ่มการลงทุนส่วนของเครื่องจักร ที่มีการลงทุนเพิ่มรวมทั้งสิ้นกว่า 16 รายการ รวมมูลค่า 48 ล้านบาท อาทิ เครื่องผลิตยาแก้ไอมะขามป้อม เครื่องผลิตยาอมมะขามป้อม เครื่องผลิตยาแคปซูลสมุนไพร เป็นต้น โดยรองรับกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 2-4 เท่า เตรียมรองรับการขยายตลาดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งในประเทศและต่างประเทศตามยอดการจำหน่ายเติบโตตามเป้า

นอกจาการพัฒนาด้านการผลิตและการจำหน่ายแล้ว สิ่งที่อภัยภูเบศรดำเนินการมาตลอดคือการส่งเสริมความรู้และการคืนกำไรสู่สังคม โดยยังคงไม่ทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ องค์กรธุรกิจเพื่อสังคม ขายของพร้อมส่งเสริมการเยนรู้ ความรู้กับประชาชนเพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนด้านสุขภาพอย่างแท้จริง

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

ยกระดับ ‘ธุรกิจสมุนไพรอภัยภูเบศร’ สร้างเศรษฐกิจชาติ ตั้งเป้าผู้นำตลาดอาเซียนใน 3 ปี Fri, 2017-03-10 06:40 -- hfocus นายกฯ ติดตามการดำเนินงานนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ด้วยธุรกิจและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี แผนปฏิบัติการ 5 ปีรองรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ตั้งเป้าหมายมีเมืองสมุนไพรใน 12 เขตสุขภาพ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้ 3.2 แสนล้านบาท และมูลค่าการใช้สมุนไพรในสถานบริการ 3,000 ล้านบาท สร้างอภัยภูเบศร บิสสิเนส โมเดลเป็นต้นแบบการยกระดับธุรกิจสมุนไพรไทยสู่สากล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ด้วยธุรกิจและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้มีการพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดยารักษาโรค เน้นการใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน ตลอดจนส่งเสริมการเกษตรเพาะปลูกสมุนไพรในแต่ละชุมชน ช่วยกระจายโอกาสและสร้างรายได้ให้กับชุมชน มอบให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ และนำยาสมุนไพรมาใช้ในการรักษาของสถานพยาบาลให้มากยิ่งขึ้น รัฐบาลได้กำหนดแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย พ.ศ.2560-2564 เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1.ส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ 2.พัฒนาอุตสาหกรรม และการตลาดสมุนไพรให้มีคุณภาพระดับสากล 3.ส่งเสริมการใช้สมุนไพรเพื่อการรักษาโรค และการสร้างเสริมสุขภาพ 4.สร้างความเข้มแข็งของการบริหารและนโยบายภาครัฐเพื่อการขับเคลื่อนสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำชุดโครงการเพื่อการขับเคลื่อนสมุนไพรเชิงเศรษฐกิจ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรตลอดห่วงโซ่มูลค่า (Value chain) ให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ วงเงินงบประมาณ 1,162 ล้านบาท กำหนดสมุนไพร Product Champions 4 ชนิด ได้แก่ ไพล ขมิ้นชัน กระชายดำ และบัวบก รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปีรองรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 กำหนดการพัฒนาเมืองสมุนไพรเป็นไกการทำงานระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสมุนไพรอย่างครบวงจร สร้างความมั่นคงในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม มีการส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของอาเซียน ตั้งเป้าหมายมีเมืองสมุนไพรใน 12 เขตสุขภาพ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้ 3.2 แสนล้านบาท และมูลค่าการใช้สมุนไพรในสถานบริการ 3,000 ล้านบาท โดยในปี 2559 จะมีเมืองสมุนไพรต้นแบบใน 4 จังหวัดคือ ปราจีนบุรี สุราษฎร์ธานี เชียงราย และสกลนคร และสร้างอภัยภูเบศร์ บิสสิเนส โมเดล (Abhaibhubejhr Business Model) เป็นต้นแบบการยกระดับธุรกิจสู่สากล มุ่งเน้นให้ประชาชนไทยใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพให้มากยิ่งขึ้น สำหรับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เตรียมการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ระดับสากล เป็นผู้นำตลาดสมุนไพรของอาเซียนภายใน 3 ปี ด้วย 8 กลยุทธ์คือ 1.เพิ่มช่องทางการกระจายสินค้า 2.เพิ่มการการยอมรับในกลุ่มวิชาชีพ 3.พัฒนาบรรจุภัณฑ์หีบห่อให้แข่งขันได้ 4.พัฒนาตลาดโดยบูรณาการกับการท่องเที่ยว 5.ขยายตลาดต่างประเทศร่วมกับเครือข่าย 6.สร้างงานวิจัยและนวตกรรม 7.พัฒนาการตลาดออนไลน์ และ 8.สร้างภาพลักษณ์ Thailand as Health Hub ในการพัฒนาเมืองสมุนไพรของจังหวัดปราจีนบุรี มีการดำเนินการจัดการด้านสมุนไพร โดยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรให้ปลูกสมุนไพรอินทรีย์ปลอดสารเคมีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ มีโรงงานแปรรูปผลิตสมุนไพรไทยผ่านมาตรฐาน Good Manufacturing Practice for Pharmaceutical Facility (GMP-PIC/S) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตยาขั้นสูงเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน มีการส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไปในประเทศญี่ปุ่น พม่า และจะขยายไปสู่ตลาดอาเซียน รวมทั้ง ใช้การแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เน้นการดูแลแบบองค์รวม สอดคล้องกับสังคมวัฒนธรรมและวิถีชุมชน ในกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์อัมพาต กลุ่มโรคกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ กลุ่มโรคผิวหนัง เช่น โรคหนังแข็ง โรคสะเก็ดเงิน และการดูแลมารดาหลังคลอด เป็นการทำงานร่วมกันของสหสาขาวิชาชีพ เพื่อต่อยอดองค์ความรู้นำไปสู่งานวิจัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับการแพทย์แผนไทย และเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงานในระดับนานาชาติ https://www.hfocus.org/content/2017/03/13570 ** ท่าน รมต.สธ.ทำไปถึงไหนแล้วครับ.....เผื่อท่านนายกฯยังไม่ลืม**
ชาวบ้าน • 2018-06-12, 14:01
มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นับเป็นตัวอย่างที่ดีเลิศของเอ็นจีโอทางด้านสุขภาพที่จัดตั้งขึ้นโดยหน่วยงานราชการทางด้านสาธารณสุข ที่มีผลงานดีเด่นน่ายกย่องทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติมากมาย สามารถหารายได้ได้เอง มีกำไรก็นำมาสนับสนุนกิจการของโรงพยาบาล กิจการของกระทรวงสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี เอ็นจีโอทางด้านสุขภาพทำนองนี้ควรจะเกิดขึ้นได้อีกมากมายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ต้องขอยกย่องชมเชยและขอขอบพระคุณคุณท่าน ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและคณะที่ได้ทุ่มเททำสิ่งดี ๆ เหล่านี้ให้เห็นเป็นตัวอย่าง

ความคิดเห็นล่าสุด

คคส.
11 ชั่วโมง 52 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

คคส.
11 ชั่วโมง 52 นาที ago
กลับด้านบน