แจงทุกวิชาชีพขึ้นเป็น ‘ผอ.รพ.สต.’ ได้ แต่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเป็น ‘นักวิชาการสาธารณสุข’

Sat, 2019-02-16 07:57 -- hfocus
Print this pagePrint this page

นักวิชาการสาธารณสุขแจง ทุกวิชาชีพขึ้นเป็น ผอ.รพ.สต.ได้ แต่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักวิชาการสาธารณสุขระดับชำนาญการพิเศษ พ้อระเบียบเปิดให้เป็นชำนาญการพิเศษตั้งแต่ปี 55 แต่ปัจจุบันยังให้แค่จังหวัดละ 1 คน แนะจัดสรรตำแหน่งชำนาญการพิเศษ ให้กับทุกวิชาชีพอย่างทัดเทียมเป็นธรรม

นายริซกี สาร๊ะ

นายริซกี สาร๊ะ เลขาธิการชมรมนักวิชาการสาธารณสุข (ประเทศไทย) เลขาธิการสมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่าพยาบาลวิชาชีพถูกกีดกันขึ้นตำแหน่งผู้อำนวยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (ผอ.รพ.สต.) นั้น ขอชี้แจงว่า ตามระเบียบ ก.พ.ที่ นร 10008.3.3/105 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2555 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งและเงื่อนไข การกำหนดตำแหน่งระดับสูงขึ้นเฉพาะกรณีในสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขนั้น ในหลักเกณฑ์ ข้อ 2.3 ได้กำหนดตำแหน่ง ผอ.รพ.สต.ให้กำหนดตำแหน่งเป็น นักวิชาการสาธารณสุขระดับชำนาญการพิเศษ แต่ปัจจุบันยังให้ชำนาญการพิเศษแค่จังหวัดละ 1 คน ดังนั้นใครที่ต้องการเป็น ผอ.รพ.สต. ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักวิชาการสาธารณสุข แต่ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข จะได้ค่าตอบแทนน้อยกว่าพยาบาล เพราะยังไม่มีค่าตอบแทนต่างๆ เช่น ค่าตำแหน่ง ค่า พตส. จึงทำให้พยาบาลส่วนหนึ่งไม่ต้องการเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นนักวิชาการสาธารณสุข

“จะเห็นว่าจากเงื่อนไขดังกล่าว จึงไม่ใช่การกีดกันพยาบาลขึ้นเป็น ผอ.รพ.สต.แต่อย่างใด ทั้งนี้ปัจจุบันนี้มีบุคลากรจากหลายวิชาชีพที่ยอมเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หรือเชี่ยวชาญ จนได้ตำแหน่งระดับสูงในจังหวัด เช่น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรือตำแหน่งอื่นๆ ในกรม กอง ของกระทรวงสาธารณสุข”

นายริซกี กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาวิชาชีพสาธารณสุขชุมชนเพิ่งจัดระดมความคิดเห็นสภาสาธารณสุขชุมชนสัญจร 4 ภาค และมีความเห็นตรงกันว่า ควรมีการขอกำหนดตำแหน่งใหม่ให้สอดคล้องกับการเป็นวิชาชีพเฉพาะน้องใหม่ด้านสุขภาพ ส่วนคนที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ หรือวิชาชีพอื่นๆ ที่เปลี่ยนตำแหน่งมา ก็ยังคงใช้ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขได้เช่นเดิม และจากการที่ยังมีความเหลื่อมล้ำสูงมากในกระทรวงสาธารณสุข จึงขอเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข ควรจัดสรรตำแหน่งชำนาญการพิเศษ ให้กับทุกวิชาชีพอย่างทัดเทียมเป็นธรรม โดยเฉพาะ ผอ.รพ.สต.ที่มีหลักเกณฑ์ครบตามตามระเบียบ ก.พ.ที่ นร 10008.3.3/105 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2555 ให้สอดคล้องกับโครงสร้างหน่วยงานสาธารณสุขส่วนภูมิภาคใหม่ และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ระบบบริการปฐมภูมิ 4.0 (พ.ศ. 2560 -2579) ที่ในเนื้อหาให้ความสำคัญกับทุกวิชาชีพอย่างทัดเทียมเป็นธรรม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานดูแลสุขภาพประชาชน

Comments

Submitted by ณัฐพล ศรีปะโค on
จะเท่าเทียมได้อย่างไร เมื่อคนที่เป็นนักวิชาการสาธารณสุข เป็น ผอ.ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่ง แต่พยาบาลจะเป็น ผอ. บังคับให้ต้องเปลี่ยนตำแหน่ง

Submitted by apirak ji. on
งงๆกับ concept ว่าทำมัย คนที่เป็น ผอ.ต้องเป็นนักวิชาการสาธารณสุขเท่านั้น ? การเป็นผู้บริหารมันเป็น skill ในเรื่องการจัดการและต้องเป็นผู้ที่ได้รับความยอมรับในหน่วยงานนะ ไม่เห็นจำเป็นต้องเป็นนักวิชาการสาธารณสุขเลย ปัจจุบันตำแหน่งพยาบาลมีความจำเป็นมาก ยิ่งพยาบาลเก่งๆและ senior นะครับ การที่คุณไปให้พยาบาลย้ายสายงาน คุณไม่คำนึงถึงรึว่า 'จะทำให้อัตราพยาบาลมันขาดแขลน' ในความเป็นจริงขอถามว่า 'รพ. ต้องตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขหรือพยาบาล เพื่อมาดูแลคนไขมากว่ากัน?'

Submitted by Great Job on
คุณครับ 1. งงๆกับ concept ว่าทำมัย คนที่เป็น ผอ.ต้องเป็นนักวิชาการสาธารณสุขเท่านั้น ? = ต้องเป็นนักวิชาการสาธารณสุขเท่านั้นครับ แต่ละอาชีพ แต่ละสายงาน ก็ต้องการที่จะมีความก้าวหน้าในสาขาอาชีพของตนเองครับ และตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขต้องเรียนจบปริญญาในสาขาสาธารณสุขศาสตร์หรือสาขาที่กพ.กำหนดไว้เท่านั้น ถึงจะใช้ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขได้ เพราะตอนนี้เป็นวิชาชีพที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพแล้ว มองมุมกลับ ถ้าจะให้นักวิชาการสาธารณสุขไปเป็นหัวหน้ากลุ่มการพยาบาล หรือไปเป็นผู้อำนวยการรพ. คุณๆจะยอมกันไหมครับ แล้วทำไมตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล ต้องให้เป็นแพทย์เท่านั้นล่ะครับ ถ้าจะปลดล็อคตำแหน่งผอ.รพ.สต.ให้ทุกวิชาชีพสามารถขึ้นได้โดยใช้ตำแหน่งเดิมของตัวเอง ก็ต้องปลดล็อคตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลให้ทุกวิชาชีพสามารถขึ้นตำแหน่งนี้ได้เช่นกัน เพื่อความเท่าเทียมใช่ไหมล่ะครับ? 2.ปัจจุบันตำแหน่งพยาบาลมีความจำเป็นมาก ยิ่งพยาบาลเก่งๆและ senior นะครับ การที่คุณไปให้พยาบาลย้ายสายงาน คุณไม่คำนึงถึงรึว่า 'จะทำให้อัตราพยาบาลมันขาดแขลน' ในความเป็นจริงขอถามว่า 'รพ. ต้องตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขหรือพยาบาล เพื่อมาดูแลคนไขมากว่ากัน?' = พยาบาลยิ่งทำงาน ก็ยิ่งเก่งทักษะการพยาบาลครับ น่าเสียดายมากถ้าจะให้พยาบาลปรับเป็นนักวิชาการสาธารณสุข เพราะจะเสียพยาบาลที่ดูแลคนไข้เก่งๆไป 1 คน ดังนั้นถ้าพยาบาลอยากได้ชำนาญการพิเศษต้องไปคุยกับกพ.ให้เพิ่มตำแหน่งชำนาญการพิเศษให้มากขึ้นครับ ไม่จำเป็นต้องมาแย่งชำนาญการพิเศษของนักวิชาการสาธารณสุข และอัตรากำลังของพยาบาลในรพ.สต.ก็ขาดแคลนอยู่แล้ว ถ้าปล่อยให้ขึ้นเป็นผอ.รพ.สต. ก็ย่อมเสียพยาบาลไป 1คนแน่นอน ส่วนความขาดแคลนพยาบาลในรพ. ไม่เกี่ยวกับ ในรพ.สต.ครับ มีเยอะแยะหลายที่ ที่ให้พยาบาลจบใหม่ใช้ตำแหน่งบรรจุเลขตำแหน่งของรพ.สต.แต่ปฏิบัติงานจริงในรพ.ครับ แบบนี้รพ.สต.ยิ่งจะแย่ครับ คนทำงานในรพ.สต.มีน้อยอยู่แล้ว ยังต้องมาเสียคนไปอีก ในรพ.นั้นต้องการพยาบาลมากกว่านักวิชาการเป็นเรื่องจริงครับ แต่ในรพ.สต.ทั้ง 2 วิชาชีพมีความต้องการและสำคัญพอกัน

Add new comment