ศวปถ.หนุนมาตรการงดขายเหล้า 13 เม.ย.ชี้ช่วยเซฟชีวิตจากเมาแล้วขับ

Mon, 2019-02-18 13:55 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ศวปถ.ออกโรงหนุนมาตรการงดขายเหล้า 13 เม.ย.ช่วยเซฟชีวิตจากเมาแล้วขับ ระบุสงกรานต์เพียงวันเดียวมีผู้เสียชีวิตถึง 90 คน ตายมากกว่าช่วงปกติเกือบ 2 เท่า บาดเจ็บพิการอีกเพียบ

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวถึงกรณีมติคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1/2562 ให้งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวันที่ 13เม.ย. ว่า ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะช่วยลดความสูญเสียจากคนเมาแล้วขับ โดยเฉพาะกลุ่มที่ออกมาเที่ยววันสงกรานต์แล้วซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกบ้าน รวมไปถึงลดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทและการกระทำความรุนแรงที่มีเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวว่า จากข้อมูลศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน ช่วง 7 วัน สงกรานต์ 2561พบว่าวันที่ 13 เม.ย.เพียงวันเดียวมีผู้เสียชีวิตถึง 90 คน ตายมากกว่าช่วงปกติเกือบ 2 เท่า และตายมากกว่าค่าเฉลี่ย 7 วัน ซึ่งตายวันละ 59.71 คน และถ้ามองย้อนหลังไป 10 ปี เฉพาะวันที่ 13 เม.ย. มีการตายรวมกันแล้วถึง 754 คน ประเด็นสำคัญคือ 1 ใน 3 ของการตายในวันที่ 13 เม.ย. มีสาเหตุมาจากการดื่มแล้วขับ ร้อยละ 30-35 หรือคิดเป็น 20-30 คน สอดคล้องกับข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ทีพบว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2555 - 2559 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจราจรทางถนนที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 44,590 คน คิดเป็นร้อยละ 32.5 โดยเฉพาะวันที่ 13 เม.ย.มีผู้ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตสูงสุด ส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มสุรา

ที่สำคัญข้อมูลจากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต พบว่ากว่าครึ่ง หรือร้อยละ 53 มีระดับแอลกอฮอล์เกินกว่า 50 mg ซึ่งเกินกฎหมายกำหนด ถ้าคิดเฉพาะวันที่ 13 เมษายน จะมีสัดส่วนสูงเกือบร้อยละ 60

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เกือบ 2 ใน 3 หรือร้อยละ 62.1 ของการบาดเจ็บและตายจากการดื่มแล้วขับจะพบในช่วงเย็น-กลางคืน เพราะแนวโน้มการเล่นน้ำจะขยับมาเล่นในช่วงเย็นไปจนถึงตอนกลางคืนมากขึ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขายในงาน ที่สำคัญกลุ่มที่มาเที่ยวงานนอกจากคนวัยทำงานก็มีเด็กและวัยรุ่นร่วมด้วย ข้อมูลสงกรานต์ 2561 ยังพบอีกว่า 1 ใน 4 ของผู้บาดเจ็บที่มีการดื่มแอลกอฮอล์เข้ารับการรักษาพยาบาล ในวันที่ 13 เม.ย. จำนวน 1,958 ราย จากยอดรวม 7,893 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 24.8 และในจำนวนนี้ เป็นเด็กและเยาวชนถึง 1,494 ราย ทั้งนี้ จะพบว่าส่วนใหญ่ของผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการดื่มและเมาแล้วขับ จะดื่มแอลกอฮอล์นอกบ้าน

“มาตการ ห้ามขายเหล้า วันที่ 13 เม.ย. ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ตรวจจับคนดื่มขับเพิ่มขึ้น จะช่วยลดการสูญเสียจากการดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะลดการเสียชีวิตจากดื่ม/เมาขับ ได้ไม่น้อยกว่า 20 รายและลดการบาดเจ็บได้ไม่น้อยกว่า 150-200 ราย รวมไปถึงลดผู้พิการ 5-10 ราย เพราะผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ร่วมกับเที่ยวงานรื่นเริงต่าง ๆ ในช่วงเย็นและค่ำ เช่น เวทีหมอลำซิ่ง คอนเสิร์ต มิดไนท์สงกรานต์ ฯลฯ ไม่นับรวมการสูญเสียจากค่าใช้จ่ายด้านคดีความ ทรัพย์สินเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล ที่สำคัญคือ ทำให้เทศกาลสงกรานต์และวันของครอบครัวได้มีความสุข” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

Add new comment