เจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉิน จ่อยื่นหนังสือ สธ. หลังถูกยกเลิกบรรจุข้าราชการมาแล้ว 1 ปี

Fri, 2021-09-03 11:34 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ชมรมเจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉินแห่งประเทศไทย เตรียมรวมรวมข้อมูล เข้ายื่นหนังสือผู้บริหาร สธ. ขอตรวจสอบสาเหตุยกเลิกตำแหน่งข้าราชการ 52 ราย หลังจากรับการบรรจุมาแล้วกว่า 1 ปี ชี้ทำงานด่านหน้า สัมผัสผู้ป่วยโควิด มีหลายคนติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน ขอความเห็นใจสิ่งที่เกิดขึ้น

ตามที่สำนักงาน ก.พ. ส่งหนังสือถึงสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการปฏิบัติงานโควิด 52 รายไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยให้ถือเป็นโมฆะ ขณะที่ สธ. ส่งหนังสือยืนยันตามข้อพิจารณา พร้อมระบุสาเหตุไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เนื่องจากพบการจ้างงานในตำแหน่งที่ไม่ตรงกับการบรรจุ และวุฒิไม่ตรง ส่งผลให้ในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรชาวกระทรวงสาธารณสุขมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างกว้างขวางนั้น

(ข่าวเกี่ยวข้อง : วุ่น! ก.พ. แจ้ง สธ. ขอให้ยกเลิกการบรรจุขรก.ปฏิบัติงานโควิด 52 ราย ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์)

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2564 นายวีรพงศ์ สง่าลี เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ในฐานะเลขานุการชมรมเจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉินแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ Hfocus  เรื่องนี้ ว่า  ขณะนี้ชมรมฯ เตรียมยื่นหนังสืออุทธรณ์ไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอทราบรายละเอียดการยกเลิกการบรรจุครั้งนี้ พร้อมทั้งขอตรวจสอบเป็นรายๆทั้ง 52 ราย ที่ถูกยกเลิกตำแหน่งข้าราชการ ว่า แต่ละคนไม่เข้าเกณฑ์ตรงไหน อย่างไร ขณะนี้ทางชมรมฯ อยู่ระหว่างรอข้อมูลและเอกสารจากทั้ง 52 รายว่าผิดพลาดตรงไหน คาดว่าจะส่งหนังสือถึงสำนักงานปลัด สธ. ภายในสัปดาห์หน้า

“ขณะนี้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากทั้ง 52 รายที่ถูกยกเลิกการบรรจุข้าราชการ ซึ่งในหนังสือแจ้งยกเลิกการบรรจุระบุสาเหตุว่า พบการจ้างงานเดิมไม่ตรงกับตำแหน่งที่จะบรรจุ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ครม.กำหนดออกมา แต่สงสัยว่า มีคำสั่งแต่งตั้งให้บรรจุข้าราชการตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. 2563 ผ่านมา 1 ปีกลับถูกยกเลิก ซึ่งถ้าไม่ตรงตั้งแต่แรก ทำไมชื่อหลุดเข้าไปจนบรรจุ เพราะว่า คนที่ได้บรรจุเป็นคนที่ทำงานปฏิบัติงานสู้โควิดด่านหน้า เราจึงได้รับการพิจารณา เพราะเข้าเกณฑ์เงื่อนไขการบรรจุบุคลากรรุ่นโควิด19 ซึ่งเจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉินทำงานรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยโควิด สัมผัสด่านหน้ามาตลอด” นายวีรพงศ์ กล่าว

นายวีรพงศ์ กล่าวอีกว่า ทั้ง 52 รายกระจายอยู่ทั่วประเทศ มากสุดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหลังได้รับการบรรจุข้าราชการมาครบ 1 ปี ก็ปฏิบัติงานสู้โควิดมาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างรู้สึกมีขวัญและกำลังใจที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ครอบครัว สังคมรับรู้กันหมด แต่เมื่อมีหนังสือออกมาว่า ให้ยกเลิก เพราะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ เหมือนความหวัง ความฝันหายไป ให้รู้สึกดี 1 ปี แต่หายไปหมด ขณะนี้น้องๆ หลายคนเครียดมาก ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองว่า ต้องกลับไปเป็นลูกจ้างชั่วคราว พนักงานกระทรวงเหมือนเดิม หรือต้องเป็นอะไร อย่างไร สภาพจิตใจค่อนข้างแย่พอสมควร

นายวีรพงศ์ กล่าวว่า เจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉิน เป็นกลุ่มที่ทำงานที่ห้องฉุกเฉิน ออกเหตุคนไข้ฉุกเฉิน EMS ซึ่งเสี่ยงอยู่แล้วในการเจอคนไข้โควิด หรือคนไข้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งตั้งแต่โควิดระบาด มีเวชกิจติดเชื้อจากการปฏิบัติงานหลายคน เพราะเป็นบุคลากรด่านหน้า มีความเสี่ยงอยู่แล้ว และด้วยหน้าที่การงานเช่นนี้ ในเมื่อกลุ่มอื่นบรรจุได้ เราก็อยากได้บรรจุ ทั้งกลุ่มโดนยกเลิก และกลุ่มตกหล่นอีก อยากให้มีการพิจารณาและเข้ารับการบรรจุราชการด้วย ซึ่งปัจจุบันเจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉินที่รอบรรจุ รวมทั้งที่ยกเลิกจากกรณีรวมแล้วประมาณเกือบ 400 คน

เมื่อถามว่ากรณี สธ.เตรียมพิจารณาว่า เมื่อคืนตำแหน่งเดิมแต่อาจเปลี่ยนชื่อเพื่อให้สามารถรอบรรจุได้เลยนั้น เลขานุการชมรมฯ กล่าวว่า ต้องพิจารณาหลายอย่าง หากใช้เจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉิน แล้วมาเปลี่ยนเป็นเจ้าพนักงานสาธารณสุข เพื่อบรรจุได้นั้น ต้องมาพิจารณาว่า การนับอายุราชการจะรวมอย่างไร หากนับตั้งแต่แรกก็โอเค เพราะเขาจะได้ทำผลงาน เพื่อปรับระดับของตัวเองได้ เพราะกลุ่มที่ยกเลิก เขาบรรจุตั้งแต่ปีที่แล้ว เขาก็มีการทำผลงานเพื่อยื่นปรับระดับจากปฏิบัติงาน เป็นชำนาญงาน ซึ่งมี 2-3 คน แต่เมื่อยกเลิกตำแหน่งข้าราชการ ผลงานที่นำเสนอก็ต้องยกเลิกทั้งหมด

นายวีรพงศ์ สง่าลี เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน

 

 **สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม