เตรียมขอสสส.300ล้านตั้งกองทุนเอดส์

Mon, 2013-06-24 16:45 -- hfocus
Print this pagePrint this page

นิมิตร์ เผย เตรียม แผนสำรองของบไม่ต่ำกว่า 300 ล้าน จาก สสส. –สปสช. ลุยงานส่งเสริมป้องกันเอดส์ต่อ หลังหมดสิทธิ์รับทุนจากโกลบอล ฟันในอีก 2 ปีข้างหน้า

นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เปิดเผยว่า กล่าวว่า ขณะนี้งบประมาณที่เคยได้รับจากกองทุนโลก (Global Fund) ในช่วงประมาณ 8-9 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำงานเรื่องการส่งเสริมป้องกันโรคเอดส์ในประเทศไทยนั้นกำลังจะหมดโครงการในอีก 2ปีข้างหน้า ทำให้ต้องของบประมาณใหม่ แต่เงื่อนไขการให้ทุนของกองทุนดังกล่าวจะให้เฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาเท่านั้น ในขณะที่ประเทศไทยได้ขยับมาเป็นประเทศพัฒนาระดับกลางแล้ว รายได้ระดับกลางแต่ยังมีปัญหาเรื่องโรคเอดส์อยู่ แนวโน้มของกองทุนโลกคือจะไม่ให้หากประเทศไทยอีกไม่มีโครงการส่งเสริมป้องกันที่เด่นๆ

ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการเอดส์ชาติ ได้ประชุมกันและเห็นว่าในแผนยุทธศาสตร์ของประเทศฉบับใหม่ควรจัดตั้งกองทุนเพื่อการส่งเสริมป้องกันเอดส์ โดยอาศัยแหล่งทุนภายในประเทศสำรองไว้หากหมดโครงการกับกองทุนโลกในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยมอบหมายให้ พญ.เพชรศรี ศิรินิรันดร์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติ ไปจัดทำรายละเอียดโครงการ และลักษณะที่มาของทุน โดยเบื้องต้นที่ประชุมได้มองหาแหล่งทุนอย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยในส่วนของ สปสช.เองก็มีงบประมาณสำหรับโครงการโรคเอดส์แต่จะว่าด้วยเรื่องการรักษา ไม่ได้เน้นเรื่องการส่งเสริมป้องกันเรื่อง นอกจากนี้ในที่ประชุมคุยกันว่างบประมาณที่จะขออย่างน้อยก็ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งจากที่เคยได้รับจากกองทุนโลก แต่หากน้อยกว่านี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังไม่ได้เป็นข้อสรุปชัดเจนว่าจะต้องทำโครงการนี้ให้แล้วเสร็จเมื่อไหร่ แต่ขอให้ดำเนินการเร็วที่สุด โดยอีก 2เดือนข้างหน้าโครงการดังกล่าวจะต้องเป็นรูปเป็นร่าง ทั้งนี้ยืนยันว่าการของบประมาณมาใช้ในโครงการฯ ไม่ใช่ลักษณะการไปแซงเงินของ สปสช. หรือ สสส. แต่เป็นข้อตกลงร่วมกันว่าประเทศควรจะลงทุนแบบไหน แหล่งทุนที่เหมาะสมจะเป็นอย่างไรมากกว่า และเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนบอร์ด สสส. จะไม่มีผลกระทบกับการขอโครงการ เพราะเราแค่ทำโครงการไปขอ สสส. ส่วนจะให้หรือไม่ให้ก็เป็นสิ่งที่ สสส. จะพิจารณา ซึ่งในที่ประชุมวันนั้น รมว.สาธารณสุข (นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์) รับปากว่าจะช่วยเจรจาผลักดันให้ สสส.พิจารณาเรื่องให้ แต่ขอให้ไปทำโครงการให้ชัดเจนมาว่าจะทำอย่างไร