ปี'56รพ.ขาดทุนลดลงสธ.ชี้บริหารรูปแบบใหม่ได้ผล

Fri, 2013-08-16 11:16 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.สำรวจ รพ.ในสังกัดกว่า 900 แห่ง พบขาดสภาพคล่องเรื้อรังลดลงจาก 41 แห่งปี 2555 เหลือ 20 แห่งปี 2556 คาด 3 ปีปัญหาคลี่คลาย

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นพ.โสภณ เมฆธน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจและตรวจสอบปัญหาขาดสภาพคล่องในโรงพยาบาลสังกัด สธ. ทั้ง 12 เขตบริการสุขภาพ พบว่าโรงพยาบาลในสังกัด สธ.ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องในปี 2556 ลดลงจากปี 2555 โดยผลสำรวจเปรียบเทียบไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2555 พบโรงพยาบาลขาดสภาพคล่องทั้งสิ้น 175 แห่ง จากทั้งหมดกว่า 900 แห่ง โดยในจำนวน 175 แห่ง พบโรงพยาบาลที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องเรื้อรัง 41 แห่ง แต่ข้อมูลล่าสุดของไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2556 พบปัญหาลดลง โดยโรงพยาบาลขาดสภาพคล่องเหลือ 169 แห่ง และโรงพยาบาลขาดสภาพคล่องที่มีปัญหาเรื้อรังลดลงเหลือ 20 แห่ง

นพ.โสภณกล่าวอีกว่า สาเหตุที่ปัญหาขาดสภาพคล่องลดลง ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการดำเนินการตามเขตบริการสุขภาพ ซึ่งแบ่งเป็น 12 เขตพื้นที่ เพื่อให้ทำงานเป็นเครือข่าย หรือกลุ่มจังหวัด 4-5 จังหวัดช่วยเหลือกัน โรงพยาบาลที่มีเงินมากกว่าก็จะเฉลี่ยงบประมาณช่วยเหลือโรงพยาบาลที่รายรับน้อย รวมไปถึงวิธีการแบ่งการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น ห้องผ่าตัด หรือการใช้ยาและครุภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดเป็นการเพิ่มศักยภาพการบริหาร ทำงานคล้ายๆ สาขาใหญ่ช่วยสาขาย่อย เบื้องต้นคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่องเรื้อรังได้ภายใน 3 ปี

เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าที่ผ่านมาไม่มีการกำกับเรื่องการจัดทำแผนการเงินการคลังของโรงพยาบาลใช่หรือไม่ รองปลัด สธ.กล่าวว่า มีแต่ขาดการกำกับอย่างชัดเจน แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น โดยตามนโยบายได้ให้ผู้ตรวจราชการ สธ.กำกับแต่ละเขตพื้นที่สุขภาพ คล้ายๆ มีการประเมินตั้งแต่ผู้บริหารลงไป ซึ่งทำให้การทำงานต้องมีผลลัพธ์ที่ชัดเจน เมื่อการบริหารมีประสิทธิภาพ ปัญหาการเงินการคลังก็จะลดลงได้

"การบริหารเขตบริการสุขภาพ ได้เริ่มดำเนินการบ้างแล้ว อย่างกรณีโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่บนเกาะ เช่น เกาะช้าง เกาะกูด อย่างเกาะช้าง อยู่ในเขตบริการสุขภาพที่ 6 ซึ่งโรงพยาบาลที่อยู่บนเกาะ ค่าใช้จ่ายต่างๆ จะแพงกว่าบนฝั่งมาก อย่างน้ำมันบนเกาะก็จะมีราคาสูง ดูแลประชากรไม่มาก รายได้ที่เข้ามาในส่วนของเงินบำรุงก็น้อยตาม ด้วยเหตุนี้ที่ผ่านมาจะได้รับการช่วยเหลือจากจังหวัดตราดเป็นหลัก ซึ่งไม่เพียงพอ ดังนั้น นโยบายเขตบริการสุขภาพจะช่วยได้ โดยให้ความช่วยเหลือในลักษณะเครือข่ายบริการสุขภาพแทน" รองปลัด สธ.กล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 16 สิงหาคม 2556