เชื้อดื้อยาในไทยน่าห่วง หลายชนิดแนวโน้มดื้อยามากขึ้น กรมวิทย์ฯ พัฒนาห้องแล็ปเฝ้าระวัง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่าย ร่วมกันพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้มีระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพที่มีคุณภาพ และร่วมกันแก้ไขปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งในระดับประเทศและระดับอาเซียน

พญ.มยุรา กุสุมภ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเรื่อง การพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการเครือข่ายเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพระดับประชาคมอาเซียน ณ โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรี ว่า จากการศึกษาวิจัยและเฝ้าระวังปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะของเชื้อแบคทีเรียในประเทศไทยน่าเป็นห่วง เพราะเชื้อหลายชนิดมีแนวโน้มการดื้อยามากขึ้นเป็นลำดับ เช่น เชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส นิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบที่พบในเด็กไม่เกิน 5 ขวบ มีการดื้อยามากขึ้นโดยปี 2541 พบ 47% แต่ปี 2556 พบ 77.8% และเชื้ออีโคไล (E.coli) มีแนวโน้มดื้อยากลุ่ม carbapenems อย่างต่อเนื่อง 

พญ.มยุรา กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพเป็นปัญหาสำคัญทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วโลก ซึ่งหลายหน่วยงานในระดับโลกเห็นความสำคัญและต้องการแก้ปัญหา เช่น World Health Organization (WHO), Food and Agriculture Organization (FAO) และ World Organization for Animal Health (OIE) ทั้งสามหน่วยงานเน้นการแก้ไขปัญหาเชื้อดื้อยาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนและสัตว์ไปพร้อมๆกัน และเสริมสร้างความเข้มแข็งในการทำงานร่วมกัน โดยเสนอ Global Action Plan on Antimicrobial Resistance เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการให้กับประเทศต่างๆ ในการประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก

ในส่วนของภูมิภาคอาเซียนนั้น ปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพเป็นประเด็นภายใต้เสาหลักด้านประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) ซึ่งดำเนินการภายใต้กรอบ Senior Officials Meeting on Health and Development (SOMHD) ซึ่งใน ASEAN Post-2015 Health Development Agenda แบ่งการทำงานออกเป็น 4 กลุ่ม โดยเชื้อดื้อยาอยู่ในกลุ่มระบบสาธารณสุขในการตอบสนองความเสี่ยงและโรคอุบัติใหม่ (Health system response to all hazard and emerging threats) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานเรื่องปัญหาเชื้อดื้อยา

ประเทศไทยโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ ด้านการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีการปรับพื้นฐาน ทบทวนความรู้และมาตรฐานใหม่ๆ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเทคนิคการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในภูมิภาคอาเซียน เพื่อร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเชื้อดื้อยา

รศ.คลินิก พญ.วารุณี จินารัตน์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ ด้านความมั่นคงทางสุขภาพของโลก (Global Health Security Agenda: GHSA) นั้น ได้มีการกำหนดชุดปฏิบัติการด้วยกันทั้งหมด 11 ชุด โดยประเทศไทยรับผิดชอบในประเด็นการป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพ (Prevention action package 1) ซึ่งมีหน่วยงานหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดการปัญหาเชื้อดื้อยา สำหรับในมนุษย์จะมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก ประกอบด้วย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมี WHO collaborating center และศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ (NARST) เพื่อติดตามแนวโน้มการดื้อยาในภาพรวมของประเทศ นอกจากนี้มีกรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สำหรับในสัตว์จะมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหลัก ประกอบด้วยกรมปศุสัตว์ กรมประมง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และยังมีหน่วยงานภาคประชาสังคม เช่น แผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) เป็นต้น

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นล่าสุด

...
พิชญาภา ผงทอง
1 วัน 17 ชั่วโมง ago
Anonymous
1 วัน 17 ชั่วโมง ago
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง
3 วัน 4 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

...
พิชญาภา ผงทอง
1 วัน 17 ชั่วโมง ago
Anonymous
1 วัน 17 ชั่วโมง ago
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง
3 วัน 4 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน