สบส.ตรวจสอบคลินิกฟอกสีฟัน 2 ดารา หากทำฟันไม่ใช่ทันตแพทย์ โทษจำคุกหรือปรับไม่เกิน 6 หมื่น

Wed, 2016-08-10 13:03 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่งทีมนักกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ ลงตรวจสอบคลินิกฟอกสีฟันของดารา ที่ย่านสยามสแควร์ ซอย 5 กทม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ชี้ประชาชน ดารามีสิทธิ์ขออนุญาตเป็นเจ้าของคลินิกได้ แต่ผู้ดำเนินการให้บริการจะต้องเป็นทันตแพทย์เท่านั้น หากไม่มีจะเข้าข่ายคลินิกเถื่อน ทันตแพทย์เถื่อน มีโทษจำคุก 3 ปี และปรับ 30,000 - 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ชี้การฟอกฟันจะต้องทำโดยทันตแพทย์เท่านั้น เนื่องจากการฟอกฟันขาวหากทำไม่ถูกต้อง สารเคมีจะทำลายเนื้อฟัน เสียวฟัน เหงือกเป็นแผลได้

นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับการประสานจากทันตแพทยสภา เกี่ยวกับมีดารานักแสดงเปิดร้านรับฟอกสีฟันในย่านสยามสแควร์ ซอย 5 ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่น ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่และนักกฎหมายลงไปดำเนินการตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว โดยมีโทษ 2 สถาน ได้แก่ ทำฟันโดยไม่ใช่ทันตแพทย์ ไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเปิดร้านทำฟันโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะนี้ทั่วประเทศมีสถานพยาบาลทันตกรรมที่ได้รับอนุญาตจำนวน 4,272 แห่ง ในจำนวนนี้อยู่ใน กทม. 1,496 แห่ง 

“ขอเรียนว่าในการขออนุญาตเปิดสถานพยาบาลด้านทันตกรรมนั้น ประชาชนทุกคนรวมถึงดารานักแสดงสามารถขออนุญาตเป็นเจ้าของกิจการได้ แต่ต้องมีผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ซึ่งจะต้องเป็นทันตแพทย์ และมีใบประกอบโรคศิลปะเท่านั้น เนื่องจากเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาล ดำเนินการกับชีวิตของผู้ป่วย ต้องควบคุมมาตรฐานทุกด้านทั้งการรักษา การใช้เครื่องมือต่างๆ ในการให้บริการอย่างปลอดภัย เป็นไปตามกฎหมายคือ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 หากไม่มีการขออนุญาต และเปิดให้บริการโดยใช้ผู้ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ จะเข้าข่ายเป็นสถานพยาบาลเถื่อน ทันตแพทย์เถื่อนทันทีและมีโทษตามที่กล่าวมา” อธิบดีกรม สบส.กล่าว 

ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ขณะนี้การฟอกสีฟันกำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น ดารานักแสดง เพราะเชื่อว่าทำให้ฟันขาวสวย เสริมบุคลิกใบหน้าโดดเด่นขึ้น โดยสารฟอกสีฟันจะแทรกซึมผ่านเคลือบฟัน เพื่อขจัดเม็ดสีในชั้นเนื้อฟัน สีจะค่อยๆ จางลง ฟันขาวขึ้น หลังฟอกจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 ปี จากนั้นสีของฟันก็จะเกิดขึ้นใหม่อีก น้ำยาที่นิยมใช้มี 2 ชนิด คือไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) และ คาร์บาไมด์ เพอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide) ไปทำปฏิกิริยากับสารที่มีภายในฟัน ทำให้สีที่สะสมอยู่ในเนื้อฟันหลุดออกมา จึงทำให้สีอ่อนลงโดยไม่มีผลต่อโครงสร้างของฟัน โดยการฟอกต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ผู้ที่จะฟอกสีฟันควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งฟันแท้ขึ้นครบแล้ว   

ทั้งนี้ในการฟอกสี จะมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้แสงยูวี (Ultra Violet: UV) แสงสีม่วง ซึ่งมีความยาวคลื่น 320 นาโนเมตรมาใช้ระหว่างดำเนินการฟอกด้วย เพื่อช่วยให้สารเคมีทำปฏิกิริยากับเนื้อฟันดีขึ้น โดยต้องควบคุมการใช้โดยทันตแพทย์เช่นกัน ในการฟอกสีฟันนั้นมีข้อระมัดระวัง โดยสารเคมีที่ใช้ฟอกจะต้องมีความเข้มข้นประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ หากทำไม่ถูกวิธีสารเคมีอาจทำลายเนื้อเยื่อรอบฟัน เหงือกอักเสบ น้ำยาจะกัดผิวเคลือบฟัน ทำให้เกิดอาการเสียวฟัน เนื้อฟันถูกทำลาย ทำให้ฟันสึกกร่อน ฟันบางลง แตกหักง่าย 

“ขอความร่วมมือประชาชน หากจะเข้าใช้บริการที่คลินิกทันตกรรม ขอให้ดูหลักฐานสำคัญ หากถูกต้องกฎหมายจะต้องติดใบขออนุญาตเปิดคลินิกจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และติดหลักฐานทันตแพทย์ที่เป็นผู้ดำเนินการ มีใบประกอบวิชาชีพ พร้อมรูปถ่ายที่ตรงกับตัวจริงที่ให้บริการ หากไม่มีขอให้สงสัยว่าอาจเป็นคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ขอให้แจ้งที่สายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ หมายเลข 02-193-7999 และที่เฟซบุคสารวัตรออนไลน์, มือปราบสถานพยาบาลเถื่อน เพื่อร่วมกันเป็นหูเป็นตาสร้างความปลอดภัยแก่สังคมไทยทุกพื้นที่” ทันตแพทย์อาคม กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนอย่าฟอกสีฟันร้าน 2 ดาราหนุ่ม ชี้เสี่ยงอันตราย เป็นร้านหมอเถื่อน ผิดกฎหมาย

อ.จุฬาฯ ย้ำฟอกสีฟันเป็นขั้นตอนอันตรายต้องทำโดยทันตแพทย์