ผลตรวจนมโรงเรียนล่าสุด มิ.ย.แนวโน้มดีขึ้น ตกมาตรฐาน 8.5% จากที่พบมาก 25%

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลเฝ้าระวังคุณภาพของนมโรงเรียนทั้งชนิดพาสเจอร์ไรส์ และ ยูเอชที ล่าสุดเมื่อมิถุนายน 2559 แนวโน้มดีขึ้น พบไม่ได้มาตรฐานเพียง ร้อยละ 8.5 จากเดิมที่พบมากถึงร้อยละ 25 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งรัดให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด เพื่อให้เด็กไทยได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ

นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในเรื่องนมโรงเรียน ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมหรือมิลค์บอร์ด (Milk Board) โดยมอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ควบคุมคุณภาพนมพร้อมดื่ม ทั้งพัฒนามาตรฐานโรงงานแปรรูปนมและศักยภาพผู้ผลิต ให้ผ่านเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีในการผลิตหรือ GMP ซึ่งจะตรวจโรงงานแปรรูปนมปีละ 2 ครั้ง หากไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะระงับการผลิตเพื่อปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์นม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 267 พ.ศ.2545 สุ่มตรวจคุณภาพนมพร้อมดื่มที่วางจำหน่ายในท้องตลาดเป็นระยะๆ เพื่อให้ผู้บริโภคให้ได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพคุ้มราคา

โดยผลของการเฝ้าระวังตรวจสอบคุณภาพนมโรงเรียนทั้งชนิดพาสเจอร์ไรส์ และยูเอชที ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ของสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 ศูนย์ทั่วประเทศ ได้ตรวจนมโรงเรียนในโรงงานที่ได้รับโค้วต้าผลิตนมโรงเรียนและนมที่ส่งถึงโรงเรียนแล้ว ทั้งด้านโภชนาการ และด้านเชื้อโรค พบนมที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงร้อยละ 8.5 ซึ่งลดลงจากเดิมจากที่พบมากถึงร้อยละ 25 ถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น

ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อร่วมมือกันวิเคราะห์หาสาเหตุปัญหาคุณภาพนมโรงเรียนและเร่งดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาอย่างจริงจัง สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่านมโรงเรียนมีคุณภาพและความปลอดภัย เด็กไทยจะมีโภชนาการที่ดี มีพัฒนาการสมวัย ที่สำคัญจะไม่มีเด็กที่จะต้องได้รับผลกระทบจากนมที่ไม่ได้คุณภาพและไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

ทั้งนี้ นมพาสเจอร์ไรส์ เป็นนมที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อน เพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและลดปริมาณจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ต้องเก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 8 องศาเซลเซียส เก็บได้นาน 7 - 10 วัน และมีการควบคุมอุณหภูมิในการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม ตั้งแต่โรงงานผลิต ระหว่างการขนส่งนมไปยังโรงเรียน จนถึงการเก็บรักษาที่โรงเรียนก่อนแจกจ่ายให้นักเรียนดื่ม

ส่วนนมยูเอชที เป็นนมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงสามารถ เก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน 6 - 9 เดือน แต่ไม่ควรเก็บนมไว้ที่อุณหภูมิสูง และไม่วางกล่องนมให้ถูกแสงแดดโดยตรง ในการขนส่งและเก็บรักษา ควรบรรจุกล่องนมในลังกระดาษ และไม่ซ้อนลังหลายชั้น เพราะกล่องนมอาจเสียหาย เกิดรอยรั่วซึม ทำให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าไปในกล่องนมทำให้นมเสียได้ และเมื่อเปิดกล่องแล้วดื่มไม่หมด ควรนำนมที่เหลือไปเก็บไว้ในตู้เย็นและดื่มให้หมดภายใน 3 - 5 วัน

ความคิดเห็นล่าสุด

กรกฎ อินต๊ะผัด
14 ชั่วโมง 25 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กรกฎ อินต๊ะผัด
14 ชั่วโมง 25 นาที ago
กลับด้านบน