เรียกร้อง สธ.เร่งแก้ปัญหาค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม

เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องการปฏิรูปค่าตอบแทนที่เป็นธรรมแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ชี้นอกจากปัญหาเรียกเงินเดือนคืน เหตุคำนวณผิด สธ.ยังมีปัญหา เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน อีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นถูก สตง.ทักท้วงให้คืนเงินค่าตอบแทน ฉ.11 และ 12 ความเหลื่อมล้ำค่าตอบแทน ฉ.10 ชายแดนใต้ เสนอ 3 แนวทางแก้ไข เช่น ตั้งคณะทำงานค่าตอบแทนใหม่ ยกเลิกค่าตอบแทน ฉ.10 ชายแดนใต้ทันที เพื่อให้บุคลากร 8 วิชาชีพ 20 กว่าสายงานใน สธ.ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องการปฏิรูปค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุว่าความเป็นธรรมในเรื่องเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยังมีปัญหาอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหากรณีการเรียกเงินคืนค่าตอบแทนบุคลากรสาธารณสุขฉบับที่ 11 และ 12 เนื่องจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ปัญหาความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อนของค่าตอบแทน ฉบับ 10 ชายแดนใต้ ปัญหาการไม่ได้รับค่าตอบแทน สปพ.ในพื้นที่กันดาร โดยอ้างว่ามีค่าตอบแทนฉบับ 11 แล้ว ปัญหาหลักเกณฑ์ และการจัดสรรค่าตอบแทนฉบับ 11 และ 12 ไม่เป็นธรรม ส่งผลให้งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรมาทุกปีไม่เคยเพียงพอ และส่งผลกระทบต่อภาวะวิกฤติโรงพยาบาล ปัญหาค่าจ้างค่าตอบแทนลูกจ้างต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำของระเบียบกระทรวงแรงงาน

จึงขอเสนอแนวทางแก้ปัญหาดังนี้

1.ขอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ตั้งคณะทำงานค่าตอบแทนกระทรวงสาธารณสุข ที่มีตัวแทนครบทุกวิชาชีพ ทุกสายงาน เพื่อพิจารณาปัญหาค่าตอบแทนทุกฉบับ ภายใต้ความเห็นชอบของตัวแทนสหวิชาชีพ และตัวแทนทุกสายงานในกระทรวงสาธารณสุข

2.ขอให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบว่ามีจังหวัดใดบ้างที่มีการเรียกเงินคืนค่าตอบแทน จำนวนกี่ราย และพิจารณาการตอบข้อทักท้วงของ สตง.กรณีการเรียกคืนเงินค่าตอบแทนในหลายจังหวัด ให้เป็นแนวทางเดียวกันด้วย

3.แนวทางการแก้ปัญหา ให้มีความเสมอภาค เป็นธรรม มีแรงจูงใจในการทำงาน ของบุคลากร 8 วิชาชีพ 20 กว่าสายงานในกระทรวงสาธารณสุข ควรเป็นดังนี้

3.1 รัฐบาลควรยกเลิกค่าตอบแทน ฉบับ 10 ชายแดนใต้ทันที เนื่องจากซ้ำซ้อน ไม่เป็นธรรม แล้วมาเพิ่มในเงินเสี่ยงภัย(สปพ) ให้ทัดเทียมกันเทียบเท่าครู(ข้าราชการพลเรือนชายแดนใต้ ทุกคนได้รับสปพในอัตรา 2500 บาทต่อเดือน ครูได้รับในอัตรา 3500 บาทต่อเดือน บางหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจ ได้รับในอัตรา 5000- 7000 บาทต่อเดือน)

3.2 คณะทำงานที่ประกอบด้วยตัวแทนทุกวิชาชีพ ทุกสายงานควรทำการยกร่างแก้ไขหลักเกณฑ์ค่าตอบแทน ฉบับ 11-12 ขึ้นมาใหม่ โดยเร่งด่วน ให้แล้วเสร็จ ภายในปี งบประมาณ 2562 ให้ครอบคลุมทุกสายงาน ทุกวิชาชีพในกระทรวงสาธารณสุข

3.3 รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรทำการปรับปรุงอัตราค่าตอบแทนให้สูงขึ้น เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และครอบคลุมทุกวิชาชีพ คือ ค่าพตส. เงินเสี่ยงภัย(สปพ) และค่าเวร

3.4 รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรสนับสนุนให้ลูกจ้างทุกหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขได้รับค่าจ้าง ไม่น้อยกว่าแรงงานขั้นต่ำ ตามระเบียบกระทรวงแรงงาน

รายละเอียดแถลงการณ์ทั้งหมดมีดังนี้

แถลงการณ์ฉบับที่ 2 การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำค่าตอบแทนในกระทรวงสาธารณสุขในทุกสายงานและทุกวิชาชีพ

จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข มีการเรียกเงินเดือนเกินสิทธิ์คืน หรือได้รับเงินเดือนเกินอัตราคุณวุฒิจริง ในกลุ่มพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว จำนวนมากกว่า 400 ราย ต่ำสุดไม่กี่พันบาท สูงสุด เกือบ 100,000 บาท เฉลี่ยคนละประมาณ 30,000 บาท ยอดความเสียหาย เกิน 10 ล้านบาท และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะมีการเจรจากับกระทรวงการคลัง ในการผ่อนชำระคืน ยืดระยะเวลาตั้งแต่ 5- 10 ปี หักเท่ากันทุกเดือน ไม่มีดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบให้ข้าราชการกลุ่มนี้มีการผ่อนต่อเดือนจำนวนน้อยลง

เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องการปฏิรูปค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ประกอบด้วยสหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย ชมรมนักวิชาการสาธารณสุข(ประเทศไทย) สมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ สหพันธ์แบคออฟฟิศ กระทรวงสาธารณสุข และชมรมว.16 ชายแดนใต้ตอบแทนคุณแผ่นดิน และชมรมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ รพศ รพท. ขอขอบพระคุณที่ผู้บริหารลงมาดูแลบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากการเรียกเงินเดือนเกินสิทธิ์คืน และวางแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสม และหวังว่าจะได้ข้อสรุป และแจ้งให้เครือข่ายทราบตามแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเด็น ความเป็นธรรมในเรื่องเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทน ในกระทรวงสาธารณสุข ยังมีปัญหาอีกหลายประการ เพราะกระทรวงสาธารณสุขมีบุคลากรมากกว่า 400,000 คนจาก 8 วิชาชีพ 20 กว่าสายงาน ที่ได้รับความไม่เป็นธรรม จากการจัดสรร การตีความ การเบิกจ่าย เงินเดือน ค่าจ้างค่าตอบแทน ที่ไม่เป็นธรรม เกิดการแบ่งแยกชนชั้น จนขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน ดังนี้

- ปัญหากรณีการเรียกเงินคืนค่าตอบแทนบุคลากรสาธารณสุข กรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำตรวจสอบการเงินของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และทักท้วงกรณีการเบิกจ่ายค่าตอบแทนฉบับที่ 11 และ 12 ในหลายจังหวัด เช่น แพร่ ลำปาง ตรัง ฯลฯ และให้บุคลากรในสายงานทั่วไปตำแหน่งเจ้าพนักงาน (จพ.) หลายสายงาน (จพ.สาธารณสุข จพ.ทันตสาธารณสุข จพ.เภสัชกรรม ฯลฯ) ที่จบปริญญาตรี และมีคำสั่งมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานวิชาการ คืนเงินค่าตอบแทนที่เบิกจ่ายไปแล้ว ทั้งๆ ที่มีคำสั่งและระเบียบรองรับชัดเจน ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก

-ปัญหาความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อนของค่าตอบแทน ฉบับ 10 ชายแดนใต้ ที่ใช้เงินบำรุงเบิกจ่าย (ในอัตรา 1000-10,000 บาทต่อเดือน ) มีความเหลื่อมล้ำคือ มีการจำกัดแค่ 4 วิชาชีพเท่านั้นที่ได้รับ ทั้งๆ ที่ทุกวิชาชีพทุกสายงาน และซ้ำซ้อนกับค่าตอบแทนสำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ(สปพ)

-ปัญหาการไม่ได้รับค่าตอบแทน สปพ.ในพื้นที่กันดาร โดยอ้างว่ามีค่าตอบแทนฉบับ 11 แล้ว

- ปัญหาหลักเกณฑ์ และการจัดสรรค่าตอบแทนฉบับ 11 และ 12 ไม่เป็นธรรม ส่งผลให้งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรมาทุกปีไม่เคยเพียงพอ และส่งผลกระทบต่อภาวะวิกฤติโรงพยาบาล

มีปัญหาหลักเกณฑ์การจัดสรร ค่าตอบแทนฉบับ 11 และ 12 ปีละ 2,000-3,000 ล้านบาท ถูกจัดสรรอย่างไม่เป็นธรรม และไม่ครอบคลุมทุกสายงาน ทุกวิชาชีพในกระทรวงสาธารณสุข มีการเอื้อบางวิชาชีพมากเกินไป (10,000-60,000 บาท ต่อเดือนมากกว่าเงินเดือน 2-3 เท่า) ในขณะที่วิชาชีพส่วนใหญ่ ได้รับน้อยมาก (1,000-4,500บาท/เดือน น้อยกว่าเงินเดือน 5-20 เท่า) สรุปคือ มี 2 วิชาชีพประมาณ 10% ของบุคลากรกระทรวงได้รับค่าตอบแทนมากกว่า 80% ละเลยอีกอีก 6 วิชาชีพ 20 สายงานที่ได้รับน้อยมาก หรือไม่ได้รับเลย

- ปัญหาค่าจ้างค่าตอบแทนลูกจ้างต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำของระเบียบกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้พบว่า ลูกจ้างในโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ฯลฯ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับค่าจ้างและเงินเดือนต่ำกว่าวุฒิ เฉลี่ย 4,500-6,000บาท เป็นอัตราที่น้อยกว่าอัตราขั้นต่ำของระเบียบกระทรวงแรงงาน เมื่อเทียบเคียงค่าจ้างของลูกจ้างในส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการในกระทรวงอื่น จะพบความเหลื่อมล้ำเป็นอย่างมาก

เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องการปฏิรูปค่าตอบแทนที่เป็นธรรม จึงขอเสนอแนวทาง เพื่อมิให้มีความเหลื่อมล้ำ เกิดความแตกแยก ระหว่างวิชาชีพในกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้

1.ขอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ตั้งคณะทำงานค่าตอบแทนกระทรวงสาธารณสุข ที่มีตัวแทนครบทุกวิชาชีพ ทุกสายงาน เพื่อพิจารณาปัญหาค่าตอบแทนทุกฉบับ ภายใต้ความเห็นชอบของตัวแทนสหวิชาชีพ และตัวแทนทุกสายงานในกระทรวงสาธารณสุข

2.ขอให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบว่ามีจังหวัดใดบ้างที่มีการเรียกเงินคืนค่าตอบแทน จำนวนกี่ราย และพิจารณาการตอบข้อทักท้วงของ สตง.กรณีการเรียกคืนเงินค่าตอบแทนในหลายจังหวัด ให้เป็นแนวทางเดียวกันด้วย

3.แนวทางการแก้ปัญหา ให้มีความเสมอภาค เป็นธรรม มีแรงจูงใจในการทำงาน ของบุคลากร 8 วิชาชีพ 20 กว่าสายงานในกระทรวงสาธารณสุข ควรเป็นดังนี้

3.1 รัฐบาลควรยกเลิกค่าตอบแทน ฉบับ 10 ชายแดนใต้ทันที เนื่องจากซ้ำซ้อน ไม่เป็นธรรม แล้วมาเพิ่มในเงินเสี่ยงภัย(สปพ) ให้ทัดเทียมกันเทียบเท่าครู(ข้าราชการพลเรือนชายแดนใต้ ทุกคนได้รับสปพในอัตรา 2,500 บาทต่อเดือน ครูได้รับในอัตรา 3,500 บาทต่อเดือน บางหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจ ได้รับในอัตรา 5,000- 7,000 บาทต่อเดือน)

3.2 คณะทำงานที่ประกอบด้วยตัวแทนทุกวิชาชีพ ทุกสายงานควรทำการยกร่างแก้ไขหลักเกณฑ์ค่าตอบแทน ฉบับ 11-12 ขึ้นมาใหม่ โดยเร่งด่วน ให้แล้วเสร็จ ภายในปี งบประมาณ 2562 ให้ครอบคลุมทุกสายงาน ทุกวิชาชีพในกระทรวงสาธารณสุข

3.3 รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรทำการปรับปรุงอัตราค่าตอบแทนให้สูงขึ้น เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และครอบคลุมทุกวิชาชีพ คือ ค่าพตส. เงินเสี่ยงภัย(สปพ) และค่าเวร

3.4 รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรสนับสนุนให้ลูกจ้างทุกหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขได้รับค่าจ้าง ไม่น้อยกว่าแรงงานขั้นต่ำ ตามระเบียบกระทรวงแรงงาน

ทั้งนี้ การลดความเหลื่อมล้ำ มิได้หมายถึงการได้อัตราค่าตอบแทนที่เท่ากัน แต่ คือการให้ในอัตราที่ลดหลั่นกันอย่างเหมาะสม อธิบายได้ จูงใจบุคลากรทุกคน เครือข่ายฯ ยังคงหวังให้บุคลากรทุกวิชาชีพ ทุกสายงาน ที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในการให้บริการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง และทำตามตัวชี้วัดและนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขตลอดมา ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องเงินเดือนและค่าตอบแทน มีความรัก ความปรองดอง ร่วมกันทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ เปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขที่ว่า “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน”

เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องการปฏิรูปค่าตอบแทนที่เป็นธรรม

13 มีนาคม 2562

Comments

แพทย์:พยาบาล=2.5:1 • 2019-03-14, 13:39
***หมอคิวบาเฮ ! รัฐขึ้นเงินเดือนให้เกือบ 3 เท่า***.............. รัฐบาลคอมมิวนิสต์คิวบาปรับขึ้นเงินเดือนให้กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์ จากเดือนละ 25 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 64 ดอลลาร์ โดยให้มีผลตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไป .............. เสาร์ที่ 22 มีนาคม 2557 เวลา 00.47 น. ........................ สำนักข่าวเอเอฟพีและเอพีรายงานจากกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า รัฐบาลคิวบาประกาศเมื่อวันศุกร์ ปรับขึ้นเงินเดือนให้แพทย์ในประเทศเกือบ 3 เท่าตัว จากปัจจุบันเดือนละ 25 ดอลลาร์สหรัฐ (815 บาท) เป็นเดือนละ 64 ดอลลาร์ (2,086 บาท) ส่วนพยาบาลปรับจากเดือนละ 13 ดอลลาร์ (423 บาท) เป็นเดือนละ 25 ดอลลาร์ โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ................... รายงานของหนังสือพิมพ์ แกรนมา สื่อกระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์คิวบา ระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาลก็เพื่อเป็นการให้รางวัล กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข ที่เป็นแหล่งหาเงินตราเข้าประเทศได้มากที่สุด การขึ้นเงินเดือนจะมีผุ้ได้รับประโยชน์มากกว่า 440,000 คน ............... เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีราอูล คาสโตร ของคิวบา ปฏิเสธที่จะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ หรือพนักงานลูกจ้างของรัฐในส่วนอื่นๆ โดยกล่าวว่าเป็นความยุติธรรม สำหรับการปรับขึ้นค่าตอบแทนให้แพทย์ ทันตแพทย์ และพยาบาล เนื่องจากในขณะนี้รายได้หลักของประเทศ มาจากการทำงานของแพทย์ชาวคิวบาหลายหมื่นคนในต่างแดน ............. จากข้อมูลของทางการ ปัจจุบันมีแพทย์ชาวคิวบาประมาณ 50,000 คน ทำงานอยู่ใน 66 ประเทศทั่วโลก โดยเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีแพทย์คิวบาอยู่มากที่สุดประมาณ 30,000 คน ตามด้วยบราซิล 11,000 คน คาดว่ากลุ่มแพทย์เหล่านี้จะทำรายได้เข้าคลังของรัฐในปีนี้ประมาณ 8,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าตัวเลขรายได้จากการส่งออก ซึ่งอยู่ที่เพียงแค่ปีละ 5,000 ล้านดอลลาร์ ............. แพทย์คิวบาได้ค่าตอบแทนการทำงานในต่างแดนมากกว่าที่ประเทศบ้านเกิดหลายเท่า แต่รายได้ที่ส่งกลับบ้านส่วนใหญ่จะถูกรัฐบาลหักเข้าคลัง เมื่อเดือนที่แล้ว แพทย์หญิงชาวคิวบารายหนึ่งได้ยื่นเรื่องขอลี้ภัยในบราซิล หลังจากทราบว่าเธอจะได้เงินเดือนเพียง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากรายรับที่เธอได้จากการทำงานที่บราซิลเดือนละ 4,000 ดอลลาร์ โดยส่วนที่เหลือจะถูกหักเข้าคลังของรัฐ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้รัฐบาลคิวบาต้องปรับขึ้นเงินเดือนให้แพทย์ที่ทำงานในบราซิล เป็นเดือนละ 1,245 ดอลลาร์.... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/foreign/224692

ข่าวล่าสุด

กลับด้านบน