สารสกัดน้ำมันกัญชาเมดิคัลเกรด อภ.เข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว ล๊อตแรกส่งกรมการแพทย์ ก.ค.นี้

สารสกัดน้ำมันกัญชาองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว โดยเริ่มเก็บเกี่ยวดอก เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนผึ่งแห้ง ตามมาตรฐานเมดิคัลเกรด และเริ่มผลิตเป็นน้ำมันหยดใต้ลิ้น ทยอยส่งให้กรมการแพทย์ใช้สำหรับผู้ป่วยโครงการวิจัยในเดือนกรกฎาคมนี้

นพ.โสภณ เมฆธน

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ดอภ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการสารสกัดกัญชามาตรฐานเกรดทางการแพทย์หรือเมดิคัลเกรดขององค์การเภสัชกรรม ว่า กัญชามีความเจริญเติบโตสมบูรณ์เต็มที่ มีไตรโครม (Trichomes) ที่มีลักษณะคล้ายเรซิ่นใสเมื่อมีความสมบูรณ์เต็มที่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น พร้อมเก็บเกี่ยวนำเข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว โดยวันนี้ (19 มิถุนายน 2562) ได้เริ่มเก็บเกี่ยวดอกกัญชาตัวเมีย พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการสกัดผลิตเป็นน้ำมันหยดใต้ลิ้น โดยล็อตแรกนี้ จะทยอยส่งให้กรมการแพทย์นำไปใช้รักษาผู้ป่วยในโครงการรักษาด้วยช่องทางพิเศษ หรือ Special Access Scheme หรือ SAS และเก็บข้อมูลการวิจัยควบคู่กันไปในกลุ่มโรคที่สารสกัดกัญชาได้ประโยชน์ในการรักษาโดยมีข้อมูลทางวิชาการที่สนับสนุนชัดเจน ได้แก่ ผู้ป่วยภาวะคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด โรคลมชักที่รักษายากในเด็กและโรคลมชักที่ดื้อยา ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ภาวะปวดประสาทที่ใช้วิธีการรักษาอื่นๆแล้วไม่ได้ผล

และโครงการศึกษาวิจัยเชิงลึก ที่ต้องมีการศึกษาวิจัยทั้งทางห้องปฏิบัติการ การวิจัยทางพรีคลินิก และการวิจัยทางคลินิก กับผู้ป่วยกลุ่มโรคที่สารสกัดกัญชาน่าจะได้ประโยชน์ในการควบคุมอาการ แต่ต้องมีข้อมูลทางวิชาการเพิ่มในประเด็นความปลอดภัยและประสิทธิผล อาทิ โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรควิตกกังวล ผู้ป่วยที่ต้องดูแลแบบประคับประคอง ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายรวมทั้งกลุ่มโรคที่สารสกัดกัญชาอาจมีประโยชน์ เช่น การรักษาโรคมะเร็งชนิดต่างๆ

​ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม ย้ำว่า สารสกัดน้ำมันกัญชาที่สกัดได้ในครั้งนี้จะนำไปใช้กับกับผู้ป่วยผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนนิรโทษกรรมไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และมีความจำเป็นต้องใช้กับผู้ป่วยที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรที่ผ่านการอบรมของกรมการแพทย์

ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล

​ด้าน ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ลักษณะของกัญชาที่มีความเจริญเติบโตสมบูรณ์เต็มที่นั้นจะมีไตรโครม (Trichomes) ที่มีลักษณะคล้ายเรซิ่นใสเมื่อมีความสมบูรณ์เต็มที่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น พร้อมเก็บเกี่ยว ไตรโครมเป็นส่วนสำคัญที่สุดของต้นกัญชา ที่สะสมสารสำคัญของกัญชาที่ประกอบด้วย THC และ CBD และสารอื่นๆ อีกกว่า 400 ชนิด

สำหรับขั้นตอนในการเก็บเกี่ยวนั้น ก่อนที่จะมีการเก็บเกี่ยวองค์การฯจะต้องมีการตรวจสอบสีของไตรโครม ด้วยแว่นขยายไม่น้อยกว่า 100 เท่า เพื่อให้เกิดความแม่นยำ จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งภายในห้องสะอาดที่มีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นที่เหมาะสม จากนั้นนำไปสกัดด้วยกระบวนการมาตรฐานตามหลักเกณฑ์และวิธีการผลิตยาที่ดีหรือ GMP (Good Manufacturing Practice) ผลิตเป็นสารสกัดน้ำมันกัญชาชนิดหยดใต้ลิ้น ทยอยส่งให้กรมการแพทย์ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

ภาพขยายไตรโครม

 

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

Anonymous • 2019-06-21, 20:06
"ผู้ป่วยเฮ!! อภัยภูเบศร สกัด "กัญชา" ของกลางสำเร็จ แคดเมียมไม่เกินค่า จ่อผลิต 1.54 แสนขวด เผยลงปลูกกัญชาแล้ว" ----------- รพ.อภัยภูเบศร สกัดกัญชาของกลางปนเปื้อนแคดเมียม ด้วยวิธี SFE พบมีความปลอดภัย แคดเมียมไม่เกินมาตรฐาน ามารถใช้ทำยาได้ จ่อผลิต 1.54 แสนขวด กระจายให้ รพ.ที่สนใจ คาดไม่เกิน 2 เดือนได้ใช้ พร้อมลงมือปลูกกัญชา 16 ต้นแรก ใช้สองระบบปลูก ---------- นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวถึงกรณีได้รับกัญชาของกลางจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จำนวน 662 กิโลกรัม ซึ่งปนเปื้อนแคดเมียม มาทดลองสกัดให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย ว่า จากการทบทวนเอกสารการวิจัยและคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา พบว่า มีวิธี Supercritical fluid extraction (SFE) ที่น่าจะเป็นการสกัดที่ได้สารสำคัญและมีความปลอดภัยสูง จึงได้นำกัญชาของกลางมาทดลองสกัด พบว่า ได้สารสกัดที่มีปริมาณแคดเมียม 0.02 ppm ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ โดยตามมาตรฐานของอาเซียน จะต้องมีแคดเมียมน้อยกว่า 0.3 ppm ถือเป็นข่าวดีของผู้ป่วยที่กำลังรอคอยกันเป็นจำนวนมาก ----------- ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ตามทฤษฎีแคดเมียมที่อยู่ในพืชมักจะเป็นรูปเกลือซึ่งละลายน้ำ ดังนั้น จึงต้องใช้วิธี SFE มาสกัด จึงสามารถดึงสารสำคัญของกัญชา คือ ทีเอชซี ซีบีดี และ Terpene ออกมาได้ เพราะไม่ละลายน้ำ ขณะที่แคดเมียมในรูปเกลือไม่ออกมาด้วย ขณะนี้รอเพียงผลปริมาณสารสำคัญเท่านั้น เมื่อทราบผลแน่ชัดเราก็จะเร่งสกัดและผลิตในทันที ขณะนี้ได้เตรียมสถานที่ผลิตยาในระบบ GMP PIC/S ไว้แล้ว จากการคาดการณ์กัญชา 1 กิโลกรัม จะได้ประมาณ 220 ขวด ขวดละ 5 กรัม ขณะนี้มีกัญชาของกลางอยู่ 662 กิโลกรัม จะสามารถสกัดได้ 154,000 ขวด ซึ่งจะจำหน่ายให้โรงพยาบาลอื่นด้วย โดยจะจัดฝึกอบรมให้แก่โรงพยาบาลที่มีความประสงค์จะซื้อไปจำหน่าย เพราะทีมแพทย์และเภสัชกรของเราได้พัฒนาระบบการคัดกรองผู้ป่วย การติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยที่โรงพยาบาลอื่นๆ สามารถนำไปใช้ได้เลย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาที่มีความปลอดภัยสูงสุด คาดว่า การดำเนินการสกัดน้ำมันกัญชาจะแล้วเสร็จภายในสองเดือน --------- วันเดียวกัน นพ.นำพล พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เกษตรกรจากวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านดงบัง ร่วมเพาะต้นกัญชาล็อตแรก หลังจากได้รับอนุญาตให้ปลูกได้ โดยมี น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมด้วย --------- นพ.นำพล กล่าวว่า รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชา โดยเริ่มแรกปลูกจำนวน 16 ต้น โดยใช้สายพันธุ์ที่เกษตรกรวิสาหกิจชุมชนบ้านดงบังครอบครอง ซึ่งมีทีเอชซีเด่น ในระยะแรกจะทำในในตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากต้องการทำเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรที่มีเงินลงทุนไม่สูง ซึ่งในระยะถัดไปจะพัฒนาการปลูกในระบบกรีนเฮาส์ ต้นทุนต่ำ ร่วมกับบริษัทเอกชนไทยที่มีประสบการณ์ เพื่อขยายขนาดการปลูกให้พอเพียงกับความต้องการของตลาด ----------- นพ.นำพล กล่าวว่า วันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันสถาปนาโรงพยาบาลครบ 78 ปี เราได้มีการจัดประชุมวิชาการ และเตรียมพร้อมนำเสนอข้อมูลอย่างละเอียด ตั้งแต่ขั้นตอนการทบทวนเอกสารและถอดความรู้จากปราชญ์พื้นบ้าน การปลูก การควบคุมคุณภาพ ได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสถาบันมาร่วมให้ความรู้กับประชาชนอย่างถูกต้อง และจะมีการเปิด คลินิกกัญชา โดยในระยะแรก เป็นการจ่ายซีบีดีออยล์ในผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักและพาร์กินสันที่ควบคุมไม่ได้ โดยผู้ป่วยทุกรายต้องผ่านการคัดกรองและพิจารณาจากแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการอบรมการใช้กัญชาจากกรมการแพทย์แล้ว รวมทั้งมีการจ่ายและให้คำแนะนำจากเภสัชกรแก่ผู้ป่วยเป็นรายบุคคล ----------- ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวว่า อภัยภูเบศรศึกษาเรื่องการปลูกกัญชามานานพอสมควร ทั้งจากปราชญ์ชาวบ้าน ผู้รู้และเอกสารจากต่างประเทศ จนมั่นใจว่าน่าจะปลูกได้ จึงได้ทำโครงการไปขออนุญาต การปลูกเราใช้สองระบบผสมกัน คือ ระบบรากลอย (Aeroponics) และรากจม (Deep water culture) โดยรากลอยใช้ตอนทำใบ เพื่อทำให้ต้นเติบโตเร็ว ส่วนรากจมใช้เพื่อเร่งให้ออกดอก โดยการทำให้รากของพืชดูดอาหารได้อย่างทั่วถึง ทำให้การสร้างดอกมีคุณภาพและเร็วขึ้น ในห้องมีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นและแสง เพื่อเพิ่มปริมาณสารสำคัญ และลดการปนเปื้อน ก็ค่อนข้างตื่นเต้นสำหรับการปลูกที่กำลังจะเริ่ม และต้องรอดูว่าผลจะเป็นไปตามที่ผู้รู้ทั้งหลายได้กล่าวไว้หรือไม่ ----------- อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://mgronline.com/qol/detail/9620000059192

ความคิดเห็นล่าสุด

Cleanimmiply
17 ชั่วโมง 48 นาที ago
Cleanimmiply
17 ชั่วโมง 51 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Cleanimmiply
17 ชั่วโมง 48 นาที ago
Cleanimmiply
17 ชั่วโมง 51 นาที ago
กลับด้านบน