สพฉ.แจงสาเหตุรถฉุกเฉินเข้ารับผู้ป่วยสนามบินดอนเมืองไม่ได้ ระบุเป็นมาตรฐานสากลที่ให้พื้นที่พิเศษ

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพพร้อมเล่าเรื่องราวเพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่คุณพ่อป่วยฉุกเฉิน แต่รถ 1669 ไม่สามารถเข้ามารับที่สนามบินดอนเมืองได้ เพราะสนามบินเป็นเขตต้องห้าม พอให้รถโรงพยาบาลในสนามบินไปส่ง ก็ส่งให้แค่รัศมี 8 กิโลเมตร สุดท้ายพ่อลำไส้ปริแตก ทำให้เสียโอกาสการใช้สิทธิ UCEP ที่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ภายใน 72 ชั่วโมง ทำให้ทางครอบครัวไม่สามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลได้

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า อยากให้พี่น้องประชาชนให้เข้าใจ การทำงานในพื้นที่พิเศษ อย่างเช่น สนามบิน รถไฟใต้ดิน ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของของสถานที่นั้นๆ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล ทำให้มีข้อจำกัดการเข้าการออก สำหรับกรณีการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ขอเรียนว่า ทางสนามบินเอง ก็มีทีมแพทย์ฉุกเฉินอยู่ตลอดเวลา อย่างในสนามบินดอนเมือง เข้าใจว่าอยู่ในรูปแบบของคลินิก ที่ทำการรักษาในเบื้องต้น แต่ในส่วนของเรื่องการผ่าตัดอาจไม่มีขีดความสามารถ จึงจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลภูมิพล

“กรณีของผู้ที่ร้องเรียนเข้ามานั้น เข้าใจว่า ผู้ร้องเรียนไม่ทราบเบอร์ฉุกเฉินของสนามบิน คงจำได้เฉพาะเบอร์โทร 1669 จึงโทรมาเบอร์นี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี แต่พื้นที่พิเศษ โดยเฉพาะสนามบินมีข้อจำกัดเรื่องความปลอดภัยอยู่ ตรงนี้ ควรประสานไปยังทีมแพทย์ของสนามบินนั้นๆ เพื่อทำการรักษา หรือ ส่งต่อผู้ป่วยจะดีที่สุด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ สพฉ.เองไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อไปจะมีการพูดคุยกับสนามบินต่างๆ รวมทั้งพื้นที่พิเศษอื่นๆ เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน การทางพิเศษว่าเราจะเชื่อมต่อกันอย่างไร หรืออาจจัดตั้ง หน่วยปฏิบัติการฉึกเฉินเชื่อมต่อกับระบบ 1669 อยู่ในทุกสนามบินเลย ตรงนี้เราก็จะมีการพูดคุยเพื่อพัฒนาต่อไป” ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าว

เลขาธิการ สพฉ. กล่าวด้วยว่า กรณีที่ผู้ร้องเรียนระบุ เสียโอกาสใช้สิทธิ UCEP ขอเรียนว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น บิดาของผู้ร้องเรียนเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ หากคัดแยกประเภท ก็จะเข้าการเจ็บป่วยแบบเร่งด่วน ไม่ใช่การเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ที่อาจทำให้เสียชีวิตในทันที ทั้งนี้สพฉ.จะทำการตรวจสอบอีกครั้ง ว่าเข้าเกณฑ์ หรือไม่ และยินดีเป็นหน่วยงานกลางในการทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย

ยืนยันว่า ประชาชนคนไทยทุกคน มีสิทธิในการใช้ UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ โดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่า รักษาพยาบาล ภายใน 72 ชั่วโมง ที่ไม่ต้องจ่าย เพราะมี การคุ้มครองจากกองทุนต่างๆ อยู่แล้ว ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ถ้าโรงพยาบาลรัฐ ก็จะมีทุกกองทุนจ่ายอยู่แล้ว แต่โรงพยาบาลเอกชน กองทุนจะจ่ายเฉพาะฉุกเฉินวิกฤติ ถ้าไม่เข้าฉุกเฉินวิกฤติ ต้องสำรองจ่ายไปก่อน และขอเบิกกับกองทุนในภายหลังได้ กรณีจะเข้าเกณฑ์ หรือไม่เข้าเกณฑ์ทางโรงพยาบาลเอกชน จะส่งเรื่องมายังสพฉ. จากนั้นไม่เกิน 1 ชั่วโมง ก็จะรู้ทันทีว่าเข้าเกณฑ์ เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ หรือไม่อย่างไร

Comments

สามัญสำนึก • 2019-09-14, 23:28
"นาทีชีวิต!! เมื่อสัตวแพทย์ ต้องสวมบท “หมอสูติฯ” ทำคลอดคนแบบฉุกเฉิน"----- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คืนที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Min K Wg ได้โพสต์วีดีโอ ขณะที่สัตวแพทย์ผู้หนึ่ง ที่ถูกระบุว่า ชื่อ “หมอมน” กำลังทำคลอดให้เด็กคนหนึ่งโดยบังเอิญ ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่า “ตอนประมาณ1ทุ่ม พาแอร์ฟอร์ซมาหาหมอมน อยู่ดีดีก็มีผุ้ชายวิ่งเข้ามาหาหมอบอกหมอครับๆช่วยไปทำคลอดหน่อย มีผู้หญิงคลอดลูกอยู่ที่กลางซอย(ห๊ะลูกคนนะคะ) หมอต้องไปนะครับถ้าไม่ไปเด็กตายแน่ๆ เด็กนิ่งแล้ว เท่านั้นหล่ะหมอวิ่งไปดูเด็กทันที....ให้คลิปเล่าเหตุการณ์แทนแล้วกันนะ ยังตื่นเต้นอยู่เลย ดีใจและภูมิใจแทนหมอมนมาก”...... หมอน่ารักมากอะไม่ปฏิเสธและทำอย่างเต็มที่ ไม่ว่าหมอจะเป็นหมอรักษาอะไรก็ช่วยรักษาชีวิตน้อยๆอีกชีวิตหนึ่งไว้ได้..... ทั้งนี้สัตวแพทย์คนดังกล่าว มีแฟนเพจที่ชื่อ "เพื่อนซี้สี่ขา ประสาหมอมน" และเหตุการณ์นี้เกิดที่คลินิค "คลินิกหมอมนรักสัตว์". -------ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.msn.com/th-th/news/national/นาทีชีวิต-เมื่อสัตวแพทย์-ต้องสวมบท-“หมอสูติฯ”-ทำคลอดคนแบบฉุกเฉิน/ar-AABBr8E?li=BBr8Cnp&%253Bsrcref=rss&index=1
Anonymous • 2019-09-15, 02:56
"ท่าอากาศยานไทย" ชี้แจงเหตุสาวโวยระบบการส่งผู้ป่วยของสนามบิน ระบุ รถพยาบาลภายนอกเข้ามารับผู้ป่วยได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ในเขตการบิน จากเหตุการณ์ ลูกสาวเล่านาทีชีวิตของ พ่อ ป่วยภายในสนามบินดอนเมืองเรียกรถฉุกเฉินกลับโดนห้ามเข้า ทำให้เสียการใช้สิทธิ UCEP ที่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุดได้ บังคับใช้รถพยาบาลของสนามบินเท่านั้น จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ภายในโลกโซเชียลอย่างมาก ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ก.ย. เพจ "AOT Official" ท่าอากาศยานไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ระบุข้อความว่า "จากกรณีผู้ใช้ Facebook: วันดี สันติวุฒิเมธี โพสต์ข้อความเรื่องการส่งต่อผู้ป่วยจากสนามบินดอนเมืองไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ขอเรียนชี้แจงดังนี้ กรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับรถพยาบาล 1669 หรือรถพยาบาลของโรงพยาบาลภายนอกที่ต้องการเข้ามารับผู้ป่วยภายในท่าอากาศยานและภายในเขตพื้นที่เขตการบิน สามารถกระทำได้มิได้มีข้อห้ามแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ในเขตการบิน (airside) นั้น เป็นพื้นที่ควบคุม ต้องผ่านกระบวนการตรวจค้นและจำเป็นต้องมีรถนำของสนามบินนำเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุ ตามระเบียบของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในกระบวนการดังกล่าวพอสมควรในการที่จะเข้าไปถึงพื้นที่เกิดเหตุ ดังนั้นในเขตพื้นที่ airside จึงจำเป็นต้องมีทีมแพทย์ของสนามบินซึ่งเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและสามารถเข้าให้การดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉิน ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการแทนและส่งตัวผู้ป่วยให้กับรถพยาบาลของ 1669 ในพื้นที่นอกเขตการบินต่อไป เนื่องด้วยฝ่ายการแพทย์และโรงพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่แทนฝ่ายการแพทย์นอกเวลา มีภาระกิจในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นในสนามบินดอนเมือง ทั้งในพื้นที่เขตลานจอด บริเวณพื้นที่อาคารผู้โดยสาร และพื้นที่อื่นในเขตสนามบิน โดยทีมแพทย์จะทำการประเมิน ให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลที่มีศักยภาพระดับตติยภูมิที่ใกล้ที่สุด คือโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช หรือโรงพยาบาลใกล้เคียงหากได้รับการร้องขอจากผู้ป่วยหรือญาติ (ในเหตุการณ์วันนั้น ทางคลินิกได้ประสานโรงพยาบาลตามที่ผู้ป่วยและญาติร้องขอ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้รับการปฏิเสธในการมารับผู้ป่วย จึงได้ประสานและนำส่งโรงพยาบาลภูมิพลทันที) รวมทั้งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงวันนั้น ทีมแพทย์สนามบินได้ไปรอรับผู้ป่วยทันทีที่ได้รับการประสานจากสายการบินและถึงจุดจอดก่อนเครื่องบินลงจอดและดำเนินการส่งต่อตามมาตรการและขั้นตอนดังกล่าว ท่าอากาศยานดอนเมืองจะประสาน 1669 เพื่อปรับกระบวนการในการส่งต่อผู้ป่วยภายใต้มาตรฐานการบริการการแพทย์ฉุกเฉินและมาตรฐานความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ ทดม. ขอน้อมรับและขอขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ คำติชม ที่เป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์เพื่อให้ ทดม. ได้พัฒนาการบริการที่ดียิ่งขึ้นต่อไปหากท่านพบเห็นปัญหา ในการให้บริการ หรือปัญหาอื่นๆ สามารถติดต่อไปยัง AOT Contact Center 1722 หรือศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทดม. โทร 0 2535 1192 ตลอด 24 ชั่วโมง" https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000088613?fbclid=IwAR1PraOQzA2AEB2aDLKv5Etok4CwFC8FGw6fbjxCo6FNtNQgRSXTxvT3tM4
Anonymous • 2019-09-15, 02:58
ลูกสาวเล่านาทีชีวิตของ พ่อ ป่วยภายในสนามบินเรียกรถฉุกเฉินกลับโดนห้ามเข้า โอด สนามบินห้ามเข้าแล้วจะรับสิทธิฉุกเฉินได้อย่างไร เตรียมยื่นจดหมายเรียกร้องความเป็นธรรมกรณีป่วยฉุกเฉินที่สนามบิน ระบุ อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นวิทยาทานกับครอบครัวอื่น เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "วันดี สันติวุฒิเมธี" ได้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับครอบครับที่อาจจะเจอปัญหาเหมือนตนเอง โดยผู้โพสต์ได้เล่าย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. ที่ต้องมารับพ่อที่เดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานีมายังสนามบินดอนเมือง ทั้งนี้ ก่อนเครื่องขึ้น พ่อได้โทรมาบอกกับตัวผู้โพสต์ว่ามีอาการปวดท้องอย่างหนักและท้องบวมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกดทับปอดจนหายใจสั้นมาก ให้เตรียมรถมารับเพื่อไปหาหมอ แต่เมื่อมาถึงสนามบินปรากฎว่าทางสายการบินกลับใช้รถเข็นพาพ่อไปที่คลินิกของโรงพยาบาลเอกชนที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งในเวลานั้นคุณพ่อเริ่มมีอาการปวดท้องมากจนทางคลินิกต้องให้น้ำเกลือ ครอบครัวได้โทรประสาน 1669 เพื่อมารับพ่อไปยังโรงพยาบาล แต่กลับได้รับคำตอบว่ารถพยาบาลอื่นไม่สามารถเข้าไปในสนามบินได้ ต้องให้ผู้ป่วยออกมานอกสนามบิน ญาติจึงเลือกที่จะนำผู้ป่วยไปกับรถพยาบาลของสนามบิน ซึ่งสามารถไปส่งผู้ป่วยกับโรงพยาบาลที่อยู่ในรัศมี 8 ก.ม. เท่านั้น จึงเลือกไปโรงพยาบาลรัฐใกล้สนามบิน เมื่อไปถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลบอกว่าเคสของพ่อไม่เร่งด่วน ให้รอหมอผ่าตัดอีกวันสองวันก็ได้ แต่ในสายตาลูกๆ แล้ว ลมหายใจของพ่อสั้นมากและจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแล้ว ลูกๆ จึงไม่อยากเสี่ยงให้พ่อรอที่ รพ. แห่งนี้อีกสองวัน สุดท้าย ได้ติดต่อกับโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ซึ่งแพทย์ประเมินว่าคุณพ่อต้องได้รับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เพราะลำไส้ของคุณพ่อมีความเสี่ยงต่อการปริแตก แม้ว่าภาวะการหายใจของคุณพ่อจะมีความเสี่ยงต่อชีวิต แต่คุณหมอก็บอกว่า ถ้าไม่ผ่าตัดด่วน คุณพ่อก็จะต้องเสียชีวิตจากลำไส้แตกอย่างแน่นอน ภายหลังจากคุณพ่อเข้ารับการผ่าตัดช่วยชีวิต ทางลูกๆ ได้ติดต่อไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ UCEP เพื่อสอบถามถึงการใช้สิทธิฉุกเฉิน 72 ชั่วมง (ตามภาพด้านล่างนี้) ทาง จนท. Call Center บอกว่า อาการของคุณพ่อเข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉินจริง แต่เราไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้ เพราะคุณพ่อไม่ได้มาถึง รพ. วิชัยยุทธด้วยรถ 1669 หรือ รถยนต์ส่วนตัวของครอบครัว แต่เพราะคุณพ่อถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่น ซึ่งถือเป็นเคส refer ไม่ใช่เคสที่ป่วยแล้วมา รพ. เลย. เมื่อเรายืนยันว่า เราได้ติดต่อให้ 1669 ไปรับที่สนามบินแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่า พื้นที่สนามบินเป็นเขตที่ 1669 เข้าไม่ได้ คุณพ่อจึงต้องใช้บริการรถพยาบาลของคลินิกที่สนามบินดอนเมืองส่งต่อไปยัง รพ. อื่นแทน ทาง UCEP จึงให้เราทำจดหมายร้องเรียนขอความเป็นธรรม เพราะทาง UCEP ไม่สามารถให้เราใช้สิทธินี้ได้ ยกเว้นเราจะขับรถพาพ่อไปส่ง รพ. ด้วยตนเองหรือเรียกรถ 1669 ! คำถามก็คือ ถ้าใครเป็นเราหรือลูกๆ ที่เห็นพ่อหายใจเองแทบไม่ได้ จะมีใครยอมเสี่ยงขับรถพาพ่อจากสนามบินไป รพ. ด้วยตนเองไหม ? และในเมื่อรถ 1669 ปฏิเสธการเข้าสนามบินดอนเมือง แล้วพ่อของเราจะไปถึง รพ. เพื่อขอรับสิทธิฉุกเฉินได้อย่างไร นอกจากนี้ ทางเราได้แจ้งขอรถฉุกเฉินจากสายการบิน แต่สายการบินกลับเข็นพ่อเราไปคลินิกของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่สนามบินแทน...สิ่งที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็เพื่อถามหาความเป็นธรรมให้กับพ่อของเราที่เกิดป่วยฉุกเฉินที่สนามบิน แต่ไม่สามารถใช้สิทธิฉุกเฉินใดๆ ได้เลย ขณะนี้ครอบครัวของเรากำลังเตรียมยื่นจดหมายเรียกร้องความเป็นธรรมกรณีป่วยฉุกเฉินที่สนามบิน เพราะถึงที่สุดแล้ว หากเราจะเรียกร้องค่ารักษาไม่ได้แม้แต่บาทเดียว แต่เราก็อยากให้กรณีของพ่อได้เป็นวิทยาทานกับครอบครัวอื่นที่อาจเกิดเหตุป่วยฉุกเฉินที่สนามบินหรือหากต้องการใช้สิทธิฉุกเฉินในอนาคตเช่นกัน https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000088610

ความคิดเห็นล่าสุด

CindyyuPax
3 ชั่วโมง 22 นาที ago
CindyyuPax
3 ชั่วโมง 32 นาที ago
CindyyuPax
3 ชั่วโมง 38 นาที ago
CindyyuPax
3 ชั่วโมง 40 นาที ago
CindyyuPax
3 ชั่วโมง 45 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

CindyyuPax
3 ชั่วโมง 22 นาที ago
CindyyuPax
3 ชั่วโมง 32 นาที ago
CindyyuPax
3 ชั่วโมง 38 นาที ago
CindyyuPax
3 ชั่วโมง 40 นาที ago
CindyyuPax
3 ชั่วโมง 45 นาที ago
กลับด้านบน