รมช.สธ.ผุดไอเดีย ขรก.ทุกกระทรวงฯ ประกาศสงครามโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พร้อมหาแรงจูงใจผู้ปฏิบัติ

“สาธิต ปิตุเตชะ” เตรียมหารือ “อนุทิน” เสนอนายกฯ ประกาศสงคราม 2 โรค ให้ข้าราชการทุกกรม กระทรวง ร่วมดำเนินการทั้งออกกำลังกาย-ควบคุมอาหาร พร้อมชูสิงคโปร์ มีแรงจูงใจให้คนปฏิบัติหันสนใจสุขภาพมากขึ้น

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายส่งเสริมการออกกำลังกาย ว่า คงไม่ได้พูดแค่ออกกำลังกายด้านใดด้านหนึ่ง แต่จะเป็นการออกกำลังกายในคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งแม้ปัจจุบันหลายคนมีความตระหนักมากขึ้น แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีแรงจูงใจด้วย โดยอาจต้องมี National Steps Challenge ก็ต้องพิจารณาว่า จะออกแบบอย่างไรและใช้อะไรเป็นแรงจูงใจ ซึ่งในประเทศสิงคโปร์ก็มีการทำนโยบายลักษณะนี้ มีการใช้เทคโนโลยีช่วยการออกกำลังกาย และหากทำได้ตามเป้าก็จะมีแรงจูงใจบางอย่างให้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทย ตนกำลังคิดว่า จะส่งเสริมลักษณะนี้เช่นกัน โดยเริ่มจากกลุ่มข้าราชการก่อนให้มีส่วนในการออกกำลังกายตามเป้าหมายเพื่อสุขภาพ และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีแรงจูงใจอะไรให้ แต่ก็ต้องพิจารณาดีๆ เพราะจะเป็นการจำกัดสิทธิเขาหรือไม่ เนื่องจากอาจมีคนที่ไม่อยากออกกำลังกาย

นายสาธิต กล่าวว่า หากทำได้ก็จะทำให้คนไม่เคยออกกำลังกาย หันมาออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สุขภาพดี เจ็บป่วยน้อยลง จึงอาจต้องมีการนำเทคโนโลยีมาบวกกับแรงจูงใจด้วย และ ในชุมชนต่างๆ อาจมีการทำโซนออกกำลังกายง่ายๆ ใกล้ๆชุมชนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆนี้ ตนมีโอกาสไปรับฟังข้อมูลของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เกี่ยวกับสงครามเบาหวานกับความดันโลหิต ซึ่งหากออกกำลังกาย ควบคู่กับการบริโภคที่เหมาะสมก็จะไปลดโรคเหล่านี้ได้

 

“แนวคิดนี้จะเริ่มจากในส่วนราชการก่อน โดยตั้งใจประกาศสงครามกับโรคเบาหวาน และความดันโลหิต ตีกรอบในส่วนข้าราชการก่อนและให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลักเดินหน้าเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้อาจไม่ง่าย เพราะไม่ใช่แค่ออกกำลังกาย แต่จะเป็นเรื่องการกินด้วย ดังนั้น ในกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 35 ปีอาจค่อนข้างยาก เพราะยังมีความพอใจกับการกินอาหาร ขนมที่ชื่นชอบ เบื้องต้นว่าอาจตีกรอบในกลุ่มอายุ 35 ปีด้วยจะดีหรือไม่ และให้ทางส่วนราชการทุกกระทรวงดำเนินการเรื่องนี้ทั้งหมด” นายสาธิต กล่าว

ภาพจากกระทรวงสาธารณสุข

รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. กล่าวอีกว่า หลายท่านอาจคัดค้านว่า การออกกำลังกายมีการดำเนินการอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องทำอยู่ เพราะปัญหานี้ยังคงมีอยู่ตลอด จำเป็นต้องผลักดันและสนับสนุนการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

“ผมจะปรึกษากับท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ก่อน หากเห็นด้วย ก็จะหารือกับทางท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อประกาศสงครามโรคเบาหวานและความดันโลหิต ในส่วนราชการ ปลัดทุกกระทรวง อธิบดี ข้าราชการ ซึ่งในส่วนของสาธารณสุขมีถึง 4 แสนคนก็ต้องมีแรงจูงใจให้ทำส่วนนี้ โดยผมจะเริ่มด้วยตัวผมเองเป็นตัวอย่าง” นายสาธิต กล่าว

นายสาธิต กล่าวว่า สำหรับการประกาศสงครามเพื่อลดปัญหาโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง จะต้องชัดเจนว่า จะทำอย่างไรบ้าง มีแผนดำเนินการอย่างไร ทั้งการออกกำลังกาย การบริโภค ควบคุมอาหาร และต้องมีการประเมินผลการดำเนินการ อย่างจำนวนผู้ป่วยการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลดลง ซึ่งเรื่องนี้จะให้กรมอนามัยเป็นหลัก ประกอบกับข้อมูลของสวรส. กรมสุขภาพจิต กรมการแพทย์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ฯลฯ ต้องช่วยกันทั้งหมด

ภาพจากกระทรวงสาธารณสุข

Comments

ทำได้!แต่ทำหรือไม่? • 2019-09-16, 14:54
โดยตัวบทกฎหมาย พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับปัจจุบันนั้นก็เปิดช่องให้รัฐบาลสามารถใช้กฎหมายดังกล่าวบังคับให้ข้าราชการทุกคนต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอได้อยู่แล้ว นั่นคือ พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พศ.๒๕๕๑ บังคับให้ข้าราชการทุกคนต้องได้รับการประเมินสมรรถนะ(Competency) ปีละ 2 ครั้งเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน แต่ใน พรบ.ฉบับดังกล่าว กพ.ยังไม่ได้กำหนดเรื่องสมรรถนะทางกาย(Physical Competency) เป็นสมรรถนะหลัก(Core Competency)ของข้าราชการพลเรือนเหมือนข้าราชการทหารตำรวจ..... ดังนั้นรัฐบาลโดย กพ.จะต้องกำหนดให้สมรรถนะทางกาย(Physical Competency) เป็นสมรรถนะหลัก(Core Competency)ของข้าราชการพลเรือนทุกคนทุกตำแหน่ง และจะต้องได้รับการทดสอบประเมินสมรรถนะทางกาย(Physical Competency)กันทุก 6 เดือน และจะต้องได้รับการประเมินและผ่านการรับรองโดยสถาบันทางวิชาการพลศึกษาที่เชื่อถือได้ เช่นโรงเรียนกีฬา สถาบันพลศึกษา หรือคณะพลศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ว่าสมรรถนะทางกาย(Physical Competency)ของข้าราชการแต่ละคนนั้นมีคะแนนอยู่ในระดับใด เช่นเดียวกับการประเมินสมรรถนะหลัก(Core Competency)ตัวอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเลื่อนเงินขั้นเดือนในแต่ละครั้ง ปีละ 2 ครั้ง และใช้ในการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการใหม่..... ประการสำคัญที่ต้องย้ำก็คือวิธีการประเมินสมรรถนะทางกาย(Physical Competency)จะต้องเข้มข้นจริงจังโดยสถาบันวิชาการทางพลศึกษาที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่การประเมินกันเองบนกระดาษโดยข้าราชการผู้บังคับบัญชาและลูกน้องอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้.
ทำได้!แต่ทำหรือไม่? • 2019-09-16, 15:29
สมรรถนะทางกายพื้นฐานที่ข้าราชการพลเรือนทุกคนควรจะต้องทำได้คือ (๑.)เดินเร็ว ๆ หรือวิ่งเหยาะ ๆ ระยะทาง 5 กม.ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง หรือ (๒.) ปั่นจักรยานระยะทาง 20 กม. ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง
ทำได้!แต่ทำหรือไม่? • 2019-09-17, 01:58
ส่วนมาตรการหาแรงจูงใจง่าย ๆ ก็เช่น ด้วยการให้รัฐบาลตั้งงบประมาณแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นของขวัญประจำปีไปเที่ยวคนละ 1,000 บาท แก่ข้าราชการและประชาชนทุกคนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยมีเงื่อนไขดังนี้ (๑) ต้องไม่เป็นโรคเบาหวาน ตวามดัน ไขมันสูง หรือ (๒) มีภาวะความดัน เบาหวาน หรือไขมันสูงผิดปกติ แต่สามารถควบคุมได้ด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหารโดยไม่ต้องกินยา

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน