วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน 2560
อัพเดทล่าสุด 15 ชั่วโมง 55 นาที ที่ผ่านมา

Hfocus.org

เจาะลึกระบบสุขภาพ

นพ.ธีระ วรธนารัตน์

Monday, April 17, 2017 - 11:50
ข้อเขียนชวนคิดจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ต่อประเด็นบุคลากรทางการแพทย์ถูกทำร้าย ที่ระบุว่า ปัญหาอยู่ที่การตอบสนองต่อเรื่องนี้ของผู้บริหาร ซึ่งทุกครั้งที่มีข่าวออกมา สร้างความหดหู่ใจ และกำลังใจที่ถดถอยในหมู่คนทำงานทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ แต่เหตุการณ์นี้ก็จะผ่านเลย และเกิดขึ้นซ้ำอีก ขณะเดียวกันได้ยกตัวอย่างการจัดการปัญหานี้ของสหรัฐฯ “ที่มีระบบการติดตามสถิติการเกิดเหตุทำร้ายบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด และมีการผลักดันให้เกิดมาตรการต่างๆ เพื่อเฝ้าระวัง และจัดการปัญหา โดยมีความเข้มข้นที่แตกต่างกันไปตามแต่ละมลรัฐ”
Wednesday, April 12, 2017 - 08:34
ข้อเขียนจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ต่อข่าวสอบติดหมอทั้งห้อง ซึ่ง นพ.ธีระระบุว่า "...ส่วนตัวแล้วไม่ชื่นชมความเก่งครับ เวลาเข้ามาเรียนหมอ ผมอยากเห็นเด็กที่ดี มีมารยาทสังคม มีความรับผิดชอบ ความเก่งไม่สำคัญ และกลับจะเป็นพิษร้าย เพราะทำให้เกิดการสำคัญตนผิด เอาตนเองเป็นที่ตั้ง เรียกร้องแต่สิทธิ แต่ไม่ตระหนักในบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคม เลิกค่านิยมประโคมข่าวแบบนี้ เลิกบ่มเพาะหุ่นยนต์ทำคะแนน ชิงรางวัล ชิงโควต้า แต่หันมาสร้างคนที่มีชีวิตจิตใจ จะดีกว่า..." 
Sunday, April 9, 2017 - 10:26
ความเห็นของ นพ.ธีระ วรธนารัตน์ กรณีปัญหากำลังคนสุขภาพ ซึ่ง นพ.ธีระระบุว่า “ในสถานการณ์ที่สังคมไทยเผชิญอยู่ในปัจจุบันนั้น เกิดสั่งสมมานานเพราะลุ่มหลงกับการประกันคุณภาพแบบตะวันตก เพิ่มและหากำไรให้มากที่สุด ลดต้นทุนให้น้อยที่สุด รีดผลิตภาพจากคนในระบบให้มากเท่าที่จะมากได้ จึงเห็นแต่นโยบายลดตำแหน่ง สร้างกฎระเบียบที่เพิ่มภาระให้คนทำงาน ถดถอยคุณภาพชีวิต จนคนไม่อยากมาเรียน เรียนแล้วก็ไม่อยากทำงาน ทำงานก็ไม่อยากอยู่ในระบบ”
Saturday, April 1, 2017 - 09:16
บทความจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ วิเคราะห์ 6 ปรากฎการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังรัฐบาลประกาศ “โครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่” โดยระบุว่า นี่เป็นการ ติเพื่อก่อ “โดยเนื้อแท้แล้ว นโยบายนี้ฝืนธรรมชาติ เพราะบังคับทำทุกคนทุกที่ มีทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ ภายใต้ทรัพยากรในระบบที่จำกัดและรูปแบบการจัดการแบบเสื้อตัวเดียวใส่ได้ทุกคน โดยรู้ทั้งรู้ว่าจะเกิดผลไม่พึงประสงค์ต่างๆ ตามมา”
Saturday, March 25, 2017 - 11:39
บทความเปรียบเปรยแบบแสบๆ คันๆ จาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ว่าด้วยเรื่องกฎหมายคุมการตลาดนมผง ที่ล่าสุดยังมีเครือข่ายกุมารแพทย์กลุ่มหนึ่งเห็นว่าควรให้คุมการตลาดนมผงแรกเกิดถึง 1 ปีก็พอ ไม่ควรคุมไปถึง 3 ปีตามร่างกฎหมาย โดยระบุว่าการคุมถึง 3 ปี จะปิดกั้นข้อมูลพ่อแม่ แต่ นพ.ธีระ เห็นค้าน และระบุว่า “เด็กที่โตเกิน 1 ขวบ ต้องกินอาหารหมู่ต่างๆ เป็นหลัก นมแม่หากยังมีก็ควรให้ต่อได้ หากไม่มีก็ซื้อนมกล่องทานเสริมได้แถมราคาถูกกว่าซื้อนมผงพิเศษวัวชิตที่ราคาค่างวดสูงลิ่ว”
Wednesday, March 15, 2017 - 19:21
ข้อคิดสะกิดใจจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ กรณีบุคลากรทางการแพทย์ถูกผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นตลอด ก่อนหน้านี้ที่เพิ่งผ่านไปคือ เตะก้านคอหมอที่ รพ.รัฐแห่งหนึ่งในภาคเหนือ และมาเป็นตบหัวเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินที่ รพ.รัฐในภาคใต้ ซึ่ง นพ.ธีระระบุว่า ครึ่งปีผ่านไป...Nothing changes, nobody cares...ผลสรุปออกมาครือกันทั้งสองครั้ง 
Sunday, December 25, 2016 - 19:27
ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ตั้งคำถามว่า นมแม่ กินนานแล้วเตี้ยจริงหรือไม่ จากการวิเคราะห์ผลได้คำตอบว่า "หลายประเทศในโลกมีแนวโน้มส่งเสริมให้นมแม่นานมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีหลักฐานที่จะสรุปได้ว่าให้นมแม่นานกว่า 2 ปีแล้วเกิดผลเสียต่อการเจริญเติบโตของเด็ก" ในทางกลับกัน การให้นมแม่เกินขวบปีแรกไปนั้น กลับเป็นกลยุทธ์ที่มีประโยชน์ในการส่งเสริมให้เด็กได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดในด้านต่างๆ นอกเหนือไปจากการกินนมอีกด้วย และที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ที่ประชาชนควรรู้คือ เด็กๆ จะเจริญเติบโตทางร่างกายได้ดีนั้นขึ้นกับหลายปัจจัย
Friday, December 16, 2016 - 14:01
เรื่องเล่าชวนสะกิดใจจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่ว่าด้วยเรื่องของนโยบายและการตลาดธุรกิจสุขภาพที่มีผลกระทบกับประชาชนในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่ประเด็นคลาสสิกเรื่อง นมแม่ vs นมผง ที่ธุรกิจนมผงกำลังพลิกแพลงทุกกลยุทธ์มาใช้เพื่อไม่ให้ยอดขายหยุดชะงัก ไปจนถึงโปรโมชั่นกาแฟ 2 แถม 1 ที่ล่อลวงโดยไม่รู้ตัวให้จ่ายเพิ่มขึ้น บริโภคมากขึ้น และได้ความหวานเพิ่มขึ้นไปเต็มๆ ด้วยเช่นกัน
Monday, November 28, 2016 - 15:03
ข้อเขียนชวนสะกิดใจจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ในประเด็นข้อเสนอจากกระทรวงการคลังที่จะให้ประกันสุขภาพเอกชนเข้าดูแลสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ซึ่งในที่นี้คือกรณีศึกษาดาวพลูโต ที่คาดการณ์ถึงแนวโน้มว่า “งบทั้งก้อนจะถูกแทะไปเป็นค่าบริหารจัดการ ยิ่งมีโอกาสที่จะไม่เพียงพอในการดูแลระยะยาว และมีแนวโน้มที่พ่อค้าคนกลางจะใช้กลวิธีบีบค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ อาจหนีไม่พ้นเรื่องการชะลอระยะการเบิกจ่ายให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเพิ่มกระบวนการให้มีความซับซ้อนยุ่งยากจนทำให้รู้สึกว่าเป็นอุปสรรคในการรับสิทธิการดูแลรักษาพยาบาล”
Monday, October 31, 2016 - 16:38
ข้อเขียนจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ กล่าวถึงรากเหง้าของปัญหาการฟ้องร้องแพทย์กับผู้ป่วยในปัจจุบัน จนลุกลามถึงข้อเสนอให้มีคนนอกเข้าไปนั่งเป็นกรรมการในสภาวิชาชีพแพทย์ นพ.ธีระ วิเคราะห์ไว้ 3 ข้อคือ 1.อคติที่ต่างกันสุดขั้ว 2.ความไม่รู้ของประชาชนจนถูกทิ้งให้เผชิญปัญหาลำพัง และ 3.ความล่าช้าของวิชาชีพ ซึ่งทุกข้อต้องมีการปฏิรูป แต่ก็ยืนยันว่า “วิชาชีพนั้นควรดูแลกันเองตามหลักจริยธรรม คุณธรรม และศีลธรรม และไม่ควรนำเรื่องรากเหง้าทั้งสามนั้นมากระหน่ำซ้ำเติมบุคลากรทางการแพทย์ในระบบให้ชอกช้ำใจไปกว่านี้เลย”

Pages