สปส.เพิ่มงบรักษาโรคร้าย6.1พันล.ช่วยผู้ประกันตนเข้าถึงบริการมากขึ้น

Tue, 2014-04-08 09:14 -- hfocus
Print this pagePrint this page

คมชัดลึก - นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล รองเลขาธิการ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดสปส.) เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบเพิ่มงบ ค่ารักษาตามกลุ่มโรคร้ายแรงในปี 2557 เช่น โรคมะเร็ง โรคไต โรคปอด เป็น 6,104 ล้านบาท หรือหากคิดเป็นรายหัวอยู่ที่คนละ 560 บาทต่อปี จากจำนวนผู้ประกันตน ประมาณ 10.9 ล้านคน จากเดิมในปี 2555 และปี 2556 ตั้งงบไว้ที่ปีละ 4,460 ล้านบาท โดยเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลยังเป็นไปตามเดิมคือ จ่ายตามกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (ดีอาร์จี) จะต้องเป็นโรคที่มีค่าดีอาร์จีเกินกว่า 2 ขึ้นไป จะเบิกได้ระดับละ 15,000 บาท

รองเลขาธิการ สปส.กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ สปส.เพิ่มงบค่ารักษาตามกลุ่มโรคร้ายแรง เนื่องจากเห็นว่าการจ่ายค่ารักษาเช่นนี้ช่วยให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการบริการรักษาโรคร้ายแรงได้มากขึ้น และจำนวนผู้ประกันตนที่เข้ารับบริการเพิ่มขึ้น รวมทั้งโรงพยาบาลต่างๆ ในระบบประกันสังคมมีการปรับขึ้นค่าจ้างให้แก่บุคลากรด้วย ซึ่งงบค่ารักษาตามกลุ่มโรคร้ายแรงนี้โรงพยาบาลในระบบประกันสังคมและโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูง เช่น โรงพยาบาลสังกัดโรงเรียนแพทย์ที่เป็นคู่สัญญา ซึ่งให้บริการรักษาพยาบาลโรคร้ายแรงแก่ผู้ประกันตนสามารถขอเบิก จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2557

"เชื่อว่าการเพิ่มงบค่ารักษาตามกลุ่มโรคร้ายแรงจะช่วยให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการได้มากกว่าเดิม เนื่องจากผลการดำเนินการจัดตั้งงบค่ารักษาตามกลุ่มโรคร้ายแรงในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงการให้บริการได้มากกว่าก่อนหน้าที่ สปส.จะตั้งงบนี้ขึ้นมา ซึ่งผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงเข้าถึงบริการได้ไม่เต็มที่ เพราะโรงพยาบาลกังวลว่าจะเบิกค่ารักษาได้ยาก นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้โรงพยาบาลในระบบประกันสังคมมีการพัฒนาศักยภาพในทุกๆ ด้าน เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคร้ายแรงในโรคที่โรงพยาบาลมีความถนัดและความพร้อม" นพ.สุรเดช กล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก  วันที่ 8 เมษายน 2557