ผู้ต้องขังป่วยวัณโรคสูงถึง 6 เท่า กรมควบคุมโรค-กรมราชทัณฑ์ เร่งตรวจคัดกรอง

Wed, 2015-03-25 09:47 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมควบคุมโรค จับมือกรมราชทัณฑ์ จัดรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ ตรวจสุขภาพปอดและค้นหาผู้ป่วยวัณโรคแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ กรมราชทัณฑ์เผย ปี 2557 มีผู้ต้องขังในเรือนจำป่วยวัณโรคทั้งสิ้น 1,407 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 611/100,000 ประชากร ซึ่งมากกว่าประชาชนทั่วไปถึง 6 เท่า อัตราผลสำเร็จการรักษาร้อยละ 86 ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์คัดกรองวัณโรค ให้การรักษาโดยมีพี่เลี้ยงกำกับการกินยา ได้ตามมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรค

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2558 ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อม นพ.สมบัติ แทนประเสริฐสุข นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค และ นพ.สมภพ สังคุตแก้ว ผู้อำนวยการกองบริการทางการแพทย์  กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ร่วมแถลงข่าวประชาสัมพันธ์งานวัณโรคสู่ประชาชน ในกิจกรรมการรณรงค์วันวัณโรคสากล ประจำปี 2558 (World TB day 2558) พร้อมให้บริการรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ ตรวจสุขภาพปอดและค้นหาผู้ป่วยวัณโรคแบบครบวงจร รวมถึงการจัดบูธนิทรรศการให้ความรู้ในเรื่องวัณโรคแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ทั่วโลกกำหนดวันที่ 24 มีนาคม ของทุกปีเป็น วันวัณโรคสากล (World TB Day) เพื่อย้ำเตือนให้ทุกภาคส่วนตระหนักว่าวัณโรคยังคงระบาดทั่วโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตกว่า 1.5 ล้านคนต่อปี  ส่วนในประเทศไทย วัณโรคยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยในปี 2556 คาดประมาณว่ามีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 80,000 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 119/100,000 ประชากร ซึ่งขณะนี้เข้าถึงบริการโดยขึ้นทะเบียนรักษาเป็นผู้ป่วย 63,541 ราย  มีการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ร่วมด้วยร้อยละ 15  และเสียชีวิตจากวัณโรคปีละ 10,000 ราย รวมทั้งคาดว่ามีผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานประมาณ 1,900 ราย

คำขวัญที่ใช้ในการรณรงค์ ปี 2558 คือ “Reach, Treat, Cure Everyone ” ภาษาไทย คือ “เข้าถึงทุกราย รักษาหายทุกคน”  คือ เร่งรัดค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สัมผัสร่วมบ้าน ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ แรงงานต่างด้าว ผู้ป่วยเรื้อรัง เบาหวาน และผู้ต้องขังในเรือนจำ ให้มีโอกาสเข้าถึงบริการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายให้รักษาหายทุกราย 

นพ.โสภณ กล่าวต่อไปว่า กลุ่มผู้ต้องขังเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีโอกาสเสี่ยงสูง ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อก่อนจำคุกสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้ต้องขังรายอื่นได้ไม่ยาก และผู้ต้องขังที่ติดเชื้อไม่ว่าจะติดจากนอกหรือในเรือนจำ ก็สามารถกลับไปแพร่กระจายเชื้อให้กับชุมชนได้เมื่อพ้นโทษแล้ว ดังนั้น การค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มประชากรกลุ่มนี้จึงมีความสำคัญมาก ช่วยให้ได้รับการรักษาในการป่วยระยะเริ่มแรก ลดการแพร่กระจายเชื้อ ลดอัตราการเสียชีวิต รวมทั้งลดปัญหาการดื้อยาวัณโรค

นอกจากนี้ ขอแนะนำประชาชนให้สังเกตอาการตนเอง ว่าเจ็บป่วยด้วยวัณโรคหรือไม่ โดยอาการจะเริ่มจากไอเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ มีไข้ต่ำๆ ในช่วงบ่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด บางคนยังทำงานได้ปกติ จึงทำให้เชื้อโรคแพร่ไปสู่คนอื่นได้ หากพบผู้ที่มีอาการดังกล่าว ขอให้รีบพาไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาให้เร็วที่สุด เพราะวัณโรคหากพบเร็ว โอกาสรักษาหายสูงและไม่แพร่กระจายเชื้อ ประชาชนที่มีความสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักวัณโรค โทร 0-2212-2279 กด 4 หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

นพ.สมภพ สังคุตแก้ว ผู้อำนวยการกองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์  กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์มีเป้าหมายคืนคนดีสู่สังคม ซึ่งหมายรวมถึงการคืนคนสุขภาพดีสู่สังคมด้วย จึงให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก และได้ร่วมดำเนินกิจกรรมควบคุมวัณโรคภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมราชทัณฑ์กับกรมควบคุมโรค พบว่า เรือนจำ 142 แห่งทั่วประเทศ มีผู้ต้องขังมากกว่า 230,000 ราย ในปี 2557 มีผู้ป่วยวัณโรคทั้งสิ้น 1,407 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 611/100,000 ประชากร  ซึ่งมากกว่าประชาชนทั่วไปถึง 6 เท่า อัตราผลสำเร็จการรักษาร้อยละ 86  ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์คัดกรองวัณโรค ให้การรักษาโดยมีพี่เลี้ยงกำกับการกินยา ได้ตามมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรค