สธ.เตรียมหาข้อสรุป ‘โครงสร้าง-อัตรากำลัง’ รพ.สต. 9 ส.ค.นี้

ชมรมสาธารณสุข เสนอ สธ.แบ่งกลุ่มงาน รพ.สต.เพิ่มความชัดเจนการปฏิบัติงาน พร้อมแบ่งขนาด รพ.สต.เล็ก กลาง ใหญ่ ตามเกณฑ์ประชากร เพื่อจัดสรรอัตรากำลังคนเพิ่ม ดูแลประชาชนได้ทั่วถึง หนุนความเข้มแข็งบริการปฐมภูมิ เตรียมประชุมร่วม สธ.หาข้อสรุป 9 ส.ค. นี้

นายปรเมษฐ์ จินา

นายปรเมษฐ์ จินา ประธานชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมโครงสร้างและกรอบอัตรากำลังของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ในส่วนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แต่ละชมรมได้รับมอบดำเนินการจัดทำข้อเสนอการแบ่งกลุ่มงานและกลุ่มขนาด รพ.สต.เพื่อนำไปสู่การปรับโครงสร้าง รพ.สต. โดยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ได้ส่งข้อเสนอดังกล่าวต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ซึ่งจะทำให้กรอบการทำงานภายใน รพ.สต.มีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงอัตรากำลังในระบบสาธารณสุขที่ต้องเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอต่อการดูแลประชาชนในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ข้อเสนอการแบ่งกลุ่มงาน รพ.สต. นั้น ชมรมฯ ได้ข้อสรุป โดยแบ่งกลุ่มงานออกเป็น 3 กลุ่มงานตามภาระงาน คือ

1.กลุ่มงานบริหารสาธารณสุข

2.กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพป้องกันควบคุมโรค

และ 3.กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัว

พร้อมกันนี้ยังเสนอให้มีการแบ่งขนาด รพ.สต. เพื่อจัดเพิ่มกำลังคนแต่ละกลุ่มตามประชากรที่ต้องรับผิดชอบในพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ

1.รพ.สต.ขนาดเล็ก ดูและประชากรไม่เกิน 3,000 คน ต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำ รพ.สต.จำนวน 8 คน

2.รพ.สต.ขนาดกลาง ดูแลประชากร ตั้งแต่ 3,000-8,000 คน ต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำ รพ.สต.จำนวน 12 คน

และ 3.รพ.สต.ขนาดใหญ่ ดูแลประชากร 8,000 คนขึ้นไป ต้องมีเจ้าหน้าที่ รพ.สต. 15 คน

ในจำนวนบุคลากรที่เสนอนี้ แบ่งเป็น ผอ.รพ.สต. หัวหน้ากลุ่มงาน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ     

“ข้อเสนอการปรับโครงสร้าง รพ.สต.นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง เพราะจะทำให้มีการจัดกำลังคนเพื่อดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันยังขาดอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจำนวนเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ปัจจุบัน มีอัตราเฉลี่ยเพียง 3.9 คนต่อแห่งเท่านั้น จึงควรมีการเพิ่มเติมบุคลากรเข้าสู่ระบบ” ประธานชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย กล่าวและว่า ข้อเสนอนี้ทางสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) จะมีการประชุมเพื่อสรุปเพื่อความชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 9 สิงหาคม นี้

นายนายปรเมษฐ์ กล่าวว่า ข้อเสนอข้างต้นนี้เครือข่ายชมรมวิชาชีพได้ร่วมกันนำเสนอ ส่วนแนวโน้มการตอบรับนั้น คงต้องวิงวอนกระทรวงสาธารณสุขและผู้บริหารประเทศ หากต้องการลดความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ต้องให้ความสำคัญต่องานปฐมภูมิในการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันอย่างเข้มแข็ง ด้วยการสนับสนุนงบประมาณและกำลังคน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเจ็บป่วยของประชาชนที่นำมาสู่การรับการรักษาแล้ว แต่ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึงด้วย    

ความคิดเห็นล่าสุด

กนกลดา ทองจํารูญ
14 ชั่วโมง 33 นาที ago
ชูเลิศ สีแสด
15 ชั่วโมง 57 นาที ago
Phawit Jitsabai
16 ชั่วโมง 24 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กนกลดา ทองจํารูญ
14 ชั่วโมง 33 นาที ago
ชูเลิศ สีแสด
15 ชั่วโมง 57 นาที ago
Phawit Jitsabai
16 ชั่วโมง 24 นาที ago
กลับด้านบน