สธ.มุ่งสร้างคนหวังต่อยอดองค์กรสุขภาพเป็นเลิศ 1 ใน 3 ของเอเชีย

Mon, 2016-12-12 12:11 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.มุ่งสร้างคนหวังต่อยอดพัฒนาองค์กรเป็นเลิศติด Top 3 เอเชียด้านสุขภาพ-ตั้งเป้า 5 ปีคนไทยอายุยืนขึ้นลดเจ็บป่วย 

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ที่เมืองทองธานี ภายในงานประชุมระดับชาติหัวข้อ “การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ในระบบสุขภาพ” หรือ “National Forum on Human Resources for Health 2017" มีการบรรยายพิเศษเรื่อง “HR for People Excellence” และ “การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ในระบบสุขภาพ สู่ประเทศไทย 4.0” โดยมี นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.เทพ หิมะทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพธารินทร์ และ นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผู้อำนวยการสถาบันรองรับคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ร่วมบรรยาย 

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในเวทีว่า เป็นนิมิตรหมายอันดีที่จะสร้างค่านิยม แรงบันดาลใจ เพื่อให้เกิดความสามารถที่จะยกระดับในด้านขอคน เพื่อส่งต่อให้ช่วยสร้างคุณค่าขององค์กรขึ้นมาอย่างถูกต้อง และผลประโยชน์จะตกไปอยู่กับสุขภาพของประชาชน 

อย่างไรก็ตาม เรื่องของคนทำงานในองค์กรด้านสุขภาพนั้น จะนับเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จและล้มเหลวก็ว่าได้ เพราะบุคลากรเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ให้บริการด้านสุขภาพของประชาชน และการพัฒนามนุษย์ถือเป็นยุทธิศาสตร์หลักของกระทรวงสาธารณสุข ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย  

นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า การพัฒนาและการจัดการด้านกำลังคนถือเป็นงานที่ยากที่สุด แต่ทั้งนี้ก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการด้วย เพราะเป็นเป้าหมายหลักของกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรเพื่อนำไปสู่เป้าหมายความสำเร็จด้านสุขภาพ เรียกว่าเป็นการสร้างคนสร้างองค์กร 

“การสร้างคนที่จะมีคุณภาพได้นั้น ก็ต้องมามองที่พื้นฐานความต้องการของบุคลากรด้วย ทั้งปัจจัยพื้นฐาน ความสุขในการทำงาน เป็นต้น เพราะจะสามารถต่อยอดความสำเร็จไปสู่องค์กรได้ เรียกว่าต้องให้อาหารใจกับบุคลากรให้อิ่ม ให้มีความสุข ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานเพื่อส่วนรวม” นพ.โสภณ กล่าว 

ปลัดกระทรวงสาธาณสุข กล่าวต่อไปว่า การพัฒนาด้านสุขภาพจะต้องมีคุณภาพที่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ โดยเราตั้งเป้าให้ระบบด้านสุขภาพเป็นเลิศ 1 ใน 3 ของเอเชีย ขณะเดียวกันการพัฒนาในประเทศเป้าหมายหลักใน 5 ปีข้างหน้า คือคนไทยจะต้องมีอายุยืนยาวขึ้น และลดการเจ็บป่วยลง 

นอกจากนี้ รูปแบบการพัฒนาคนให้สอดรับกับประเทศไทย 4.0 คือการทำน้อยแต่ได้มาก และทำด้วยอินโนเวชั่น และการจะเกิดเช่นนี้ได้จะต้องมีนวัตรกรรม ซึ่งก็ต้องเริ่มจากการพัฒนาคนที่ต้องสร้างนวัตกรรมด้วยเช่นกัน เพื่อจะได้นำนวัตกรรมนั้นมาช่วยในระบบสุขภาพภายในประเทศ 

“ในอนาคตเรามองว่าประชาชนจะได้รับอะไร แน่นอนว่าทุกกลุ่มจะต้องได้รับการส่งเสริมสุขภาพ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และเด็กที่เกิดมาในยุคประเทศไทย 4.0 จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่ดี พฤติกรรมที่ดี และเป็นคนดี เชื่อว่าเราทำได้เพราะเรามีต้นแบบคือในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงประปรีชาสามารถในทุกด้าน ทั้งด้านศิลปะ ดนตรี ถ่ายภาพ และยังทรงเป็นนักกีฬาที่มีความแข็งแรงด้วย เป็นแบบที่เราจะทำให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจ” นพ.โสภณ กล่าว  

ด้าน นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผู้อำนวยการสถาบันรองรับคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาองค์กรด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องนั้น ก็ต้องมีควาเข้าใจและความมุ่งมั่นต่อคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึงการแสวงหานวัตกรรมใหม่ๆ มาช่วยกำลังคน

“ทักษะสำคัญของนักนวัตกร คือรู้จักตั้งคำถาม ตั้งสังเกตสิ่งรอบตัวแสวงหาความแตกต่าง และการหาแนวคิดใหม่ๆ รวมถึงปรับปรุงนวัตกรรมไม่หยุดนิ่ง ซึ่งทุกคนอาจจะไม่รู้ตัวว่ามีทักษะเช่นนี้ซ่อนอยู่ภายในตัวด้วย เพียงแต่ต้องหมั่นฝึกทักษะตามข้างต้นเพื่อจะช่วยพัฒนาตนเองมากยิ่งขึ้นในด้านการออกแบบ"

นพ.อนุวัฒน์ กล่าวว่า เพราะนวัตกรรมและเทคโนโลยีจะสามารถช่วยบุคลากรด้านการแพทย์เป็นอย่างมาก แต่ต้องแสวงหาการออกแบบจากคนรุ่นใหม่ที่ต้องช่วยผลักดันแนวคิดออกมาสู่ภายนอก และผลิตนวัตกรรมที่มีคุณภาพออกมาในอนาคตได้ เช่น การยกผู้ป่วย ในอนาคตจำเป็นจะต้องใช้แรงจากร่างกายอยู่หรือไม่ เป็นต้น