สภาพยาบาลหนุนร่าง พ.ร.บ.ยา ชี้เอื้อทุกวิชาชีพทำงานร่วมกันได้ แจงหลักสูตรมีสอนเรื่องยา

Sat, 2018-08-25 13:23 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สภาการพยาบาลออกแถลงการณ์สนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.ยา ชี้เป็นกฎหมายที่จะเอื้อให้ทุกวิชาชีพทางด้านสุขภาพ สามารถทำงานร่วมกันบนความทับซ้อนของวิชาชีพในระบบสุขภาพได้ พร้อมแจงหลักสูตรพยาบาลสอนความรู้ ทักษะบริหารยาอย่างปลอดภัย สามารถจ่ายยาจำนวน 18 กลุ่มได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 สภาการพยาบาลออกแถลงการณ์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ... ฉบับผ่านประชาพิจารณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 โดยระบุว่า เป็นร่าง พ.ร.บ.ยาที่จะเอื้อให้ทุกวิชาชีพทางด้านสุขภาพ สามารถทำงานร่วมกันบนความทับซ้อนของวิชาชีพในระบบสุขภาพได้ด้วยจิตวิญญาณของทีมสหวิชาชีพที่มีความเอื้ออาทรต่อกัน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมแจงหลักสูตรการพยาบาลสอนให้มีความรู้และมีทักษะในการบริหารยาอย่างปลอดภัย สามารถจ่ายยาจำนวน 18 กลุ่มกับผู้ป่วยที่พยาบาลวิชาชีพได้ให้การวินิจฉัยแยกโรคและตรวจรักษาโรคเบื้องต้นตามขอบเขตที่กฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์กำหนด

มีรายละเอียดแถลงการณ์ดังนี้

สภาการประกาศจุดยืน วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์กับความปลอดภัยในการใช้ยา

ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2540 มาตรา 4 กำหนดให้การประกอบวิชีพการพยาบาลเป็นการปฏิบัติหน้าที่การพยาบาลต่อบุคคล ครอบครัว และชุมชน โดยการกระทำต่อไปนี้

1.การสอน การแนะนำ การให้คำปรึกษาและการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสุขอนามัย

2.การกระทำต่อร่างกายและจิตใจของบุคคล รวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อม เพื่อการแก้ไขปัญหาความเจ็บป่วย การบรรเทาอาการของโรค ป้องกันการลุกลามของโรค และการฟื้นฟูสภาพ

3.การกระทำตามวิธีที่กำหนดไว้ในการรักษาโรคเบื้องต้น และการให้ภูมิคุ้มกันโรค

4.ช่วยเหลือแพทย์กระทำการรักษาโรค

ทั้งนี้ โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะการพยาบาลในการประเมินสุขภาพ การวินิจฉัยปัญหา การวางแผน การปฏิบัติ และการประเมินผล ด้วยหย้าที่ตามที่ได้ระบุไว้ข้างต้น สภาการพยาบาลจึงได้เน้นหลักความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สถาบันการศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์จึงปลูกฝังนักศึกษาและพยาบาลวิชาชีพในทุกหลักสูตร นับตั้งแต่หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต หลักสูตรหลังปริญญาตรี อันได้แก่ หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางและหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้และมีทักษะในการบริหารยาอย่างปลอดภัย โดยการจัดให้มีการเรียนการสอนเรื่องยาในหลักสูตรอย่างเพียงพอแก่การปฏิบัติงานกับผู้ป่วยและประชาชนได้อย่างปลอดภัย

กล่าวคือ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตเรียนวิชาเภสัชศาสตร์ จำนวน 3 หน่วยกิต และจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการในรายวิชาทางการพยาบาลทุกรายวิชาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จำนวนไม่น้อยกว่า 70 หน่วยกิต ซึ่งนักศึกษาจะต้องเรียนรู้เรื่องยาและการบริหารยาที่ใช้รักษาพยาบาลาผู้ป่วยในแต่ละโรคที่พบบ่อย ทั้งเรื่องขนาดยา การบริหารยา ผลข้างเคียงและวิธีการแก้ไขเบื้องต้นหากพบความผิดปกติ

นอกจากนี้พยาบาลวิชาชีพต้องเรียนรายวิชาการรักษาโรคเบื้องต้น จำนวน 4 หน่วยกิต โดยต้องใกประเมินสุขภาพ ทั้งการซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยแยกโรค และให้การรักษาโรคเบื้องต้น โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความปลอดภัยในการใช้ยาเป็นสำคัญ และจะต้องส่งต่อในรายที่เกินขอบเขตวิชาชีพฯ หรือต้องได้รับการรักษาจากแพทย์

นอกจากนี้ในหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) ซึ่งเปิดอบรมพยาบาลวิชาชีพที่ต้องการเพิ่มความชำนาญในการรักษาโรคเบื้องต้น ผู้เข้ารับการอบรมต้องผ่านการอบรมและฝึกปฏิบัติเรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use: RDU) ร่วมกับการตรวจวินัจฉัยแยกโรคและการรักษาโรคเบื้องต้น ตลอดจนให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรังและครอบครัว จำนวน 16 หน่วยกิต

ทั้งนี้ พยาบาลเวชปฏิบัติที่ทำการตรวจวินิจฉัยแยกโรคและการรักษาโรคเบื้องต้นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนดไว้ ซึ่งที่ผ่านมาภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพได้ให้ความเห็นชอบร่วมกับสภาการพยาบาลให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์สามารถใช้ยาจำนวน 18 กลุ่มกับผู้ป่วยที่พยาบาลวิชาชีพได้ให้การวินิจฉัยแยกโรคและตรวจรักษาโรคเบื้องต้นตามขอบเขตที่กฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์กำหนด

จึงเห็นได้ว่า สภาการพยาบาลตระหนักถึงความปลอดในการใช้ยามาโดยตลอด เมื่อคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติมีนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุผล สภาการพยาบาลได้กำหนดนโยบายให้บรรจุเรื่อง การใช้ยาอย่างสมเหตุผลไว้ในหลักสูตรการพยาบาลทุกระดับ ตลอดจนมีการสอนเรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในทุกรายวิชาของการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพฯ

นอกจากนี้ สภาการพยาบาลยังได้ปรับมาตรฐานในการเปิดคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ โดยกำหนดผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง (การรักษาโรคเบื้องต้น) จำนวน 16 หน่วยกิต ซึ่งจะต้องเรียนรู้ต่อยอด ทั้งการรักษาโรคเบื้องต้น การใช้ยาอย่างสมเหตุผล การดูแลรักษาผู้ป่วยเรื้อรังทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

ดังนั้นในข้อเท็จจริงแล้ว ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ได้เรียนรู้เรื่องยาจำนวนไม่น้อย ไม่ได้เป็นไปตามที่บางวิชาชีพกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและการผดุงครรภ์ได้ให้การประเมินสุขภาพ การตรวจร่างกาย วินิจฉัยแยกโรคตามหลักการ ก่อนที่จะให้การดูแลและการรักษาผู้ป่วยโดยอาศัยความรู้และทักษะในการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ภายใต้ขอบเขตวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์

นอกจากนั้นศาสตร์ทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์ของพยาบาลทำให้พยาบาลมีทักษะในการสอน แนะนำ และให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วย ครอบครัว และประชาชนในเรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุผล กล่าวคือเลือกใช้ยาเท่าที่จำเป็น และส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักใช้ยาให้ถูกต้อง รวมทั้งการปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้ยา

สภาการพยาบาลและผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขอยืนยันว่า วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์จะยืนหยัดดูแลประชาชนให้ปลอดภัย ตามขอบเขตหน้าที่ของวิชาชีพตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์มากกว่าเชิงพาณิชย์ อันจะช่วยให้ประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการที่ต้องการพึ่งพิงและประขาชนที่อยู่ห่างไกลให้สามารถเข้าถึงการบริการสุขภาพ หรือการรักษาโรคเบื้องต้น และการรักษาภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพ และปลอดภัย ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างมุ่งมั่นและยั่งยืนต่อไป

สภาการพยาบาลขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ... ฉบับผ่านประชาพิจารณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นร่าง พ.ร.บ.ยาที่จะเอื้อให้ทุกวิชาชีพทางด้านสุขภาพ สามารถทำงานร่วมกันบนความทับซ้อนของวิชาชีพในระบบสุขภาพได้ด้วยจิตวิญญาณของทีมสหวิชาชีพที่มีความเอื้ออาทรต่อกัน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

สภาการพยาบาล

24 สิงหาคม 2561

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เภสัชค้านร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับ อย. ให้วิชาชีพอื่นที่ไม่ใช่เภสัชขายยาได้ ไม่ปลอดภัยต่อ ปชช.

แนะถอยคนละก้าวร่าง พ.ร.บ.ยา เขียนให้ชัดยาอะไรที่วิชาชีพอื่นสั่งจ่ายได้บ้าง

อย.ยันแก้ กม.ยา ยึดหลัก ปชช.ปลอดภัย เตรียมแจงความคืบหน้า 27 ส.ค.นี้

ชมรมเภสัชฯ ค้านร่าง พ.ร.บ.ยา แจง 6 ช่องโหว่สุดเสี่ยง จี้ อย.ทบทวนด่วน 

ชี้ร่าง พ.ร.บ.ยาอ่อนด้อยยิ่งกว่าของเดิม ยันผ่อนปรนไม่ได้ เพราะเป็นความปลอดภัยของ ปชช.

อย.แจงร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

อย.เตรียมตั้ง คกก.ถกร่าง พ.ร.บ.ยา “เปิดช่องวิชาชีพอื่นจ่ายยาได้”

สภาเภสัชกรรมชี้ร่าง พ.ร.บ.ยา ซ้ำรอยเดิม อย.ทำปัญหาวนกลับจุดเดิม หนุนใช้ระบบใบสั่งยา

เภสัชกรอีสานยืนยันค้านร่าง พ.ร.บ.ยา เพื่อ ปชช.ใช้ยาปลอดภัย ไม่ได้ปกป้องวิชาชีพ

อย.ชี้เข้าใจร่าง พ.ร.บ.ยาผิด โดยเฉพาะประเด็น ‘จ่ายยาและขายยา’ ยืนยันมีข้อดีหลายด้าน

องค์กรประชาชนอีสานร่วมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ชี้เอื้อประโยชน์ทุนกินรวบ

Comments

Submitted by ออกตัวแรง! on
_______"ติงให้ "พยาบาล" จ่ายยา เพิ่มภาระงาน ก้าวก่ายวิชาชีพ ปมดรามา พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่"___________ วิจารณ์หึ่ง "สภาการพยาบาล" หนุนร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่ ให้วิชาชีพอื่นจ่ายยาได้ ก้าวก่ายวิชาชีพเภสัชกร ตั้งคำถามเรียนเรื่องยา 3 หน่วยกิต เพียงพอกับการจ่ายยาหรือไม่ ห่วงเพิ่มภาระงานให้ผู้ปฏิบัติงาน_____________ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสภาการพยาบาลออกประกาศจุดยืนสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่ และยืนยันว่าผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลมีการเรียนเรื่องยามาอย่างเพียงพอที่จะดูแลให้คำแนะนำผู้ป่วยในการใช้ยาสมเหตุสมผลได้นั้น ในสื่อสังคมออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเภสัชกรและพยาบาลที่ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้___________ ทั้งนี้ ความคิดเห็นสำคัญในเรื่องนี้ คือ การให้วิชาชีพอื่นเข้ามาทำการจ่ายยาได้นั้น อาจเป็นการก้าวก่ายหน้าที่ ซึ่งแต่ละวิชาชีพสุขภาพนั้นมีหน้าที่ของตนเองอยู่แล้ว ความร่วมมือในระบบสุขภาพคือ ควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ใช่การก้าวก่ายหน้าที่ระหว่างกัน รวมถึงมีการตั้งข้อสงสัยว่า การเรียนเพียง 3 หน่วยกิตเกี่ยวกับยาของพยาบาลนั้นเพียงพอแล้วจริงหรือไม่ และตั้งข้อสังเกตว่า การที่สภาการพยาบาลออกประกาศเช่นนี้ได้ถามความคิดเห็นของพยาบาลแล้วหรือไม่ เพราะอาจเป็นการเพิ่มภาระงานให้แก่พยาบาลได้__________ นอกจากนี้ มีบางข้อเสนอที่ระบุว่า หากให้วิชาชีพอื่นจ่ายยาได้ ในอนาคตอาจไม่มีใครหันมาเรียนเภสัชศาสตร์ เพราะต้องเรียน 6 ปี แต่พยาบาลเรียน 4 ปี จ่ายยาขายยาได้ และฉีดยาผดุงครรภ์ได้อีก จนคณะเภสัชศาสตร์อาจต้องปิดตัวลงหรือไม่ และอาจหาเภสัชกรรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนไม่ทัน และหากจะให้พยาบาลสามารถจ่ายยาได้นั้น อยากให้มาสอบใบประกอบโรคศิลป์ของเภสัชกรด้วย__________ อย่างไรก็ตาม ในร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่ มีการระบุแค่ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เวชกรรมไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์สามารถแบ่งบรรจุยา และขายยาสำหรับคนไข้ของตนได้ ส่วนสัตวแพทย์สามารถแบ่งบรรจุและจ่ายยาสำหรับสัตว์ที่ตนบำบัดและรักษาโรคได้ โดยไม่มีการเอ่ยถึงวิชาชีพพยาบาลแต่อย่างใด.______ ที่มา :https://mgronline.com/qol/detail/9610000085181

Submitted by เงิบ on
"อย่างไรก็ตาม ในร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่ มีการระบุแค่ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เวชกรรมไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์สามารถแบ่งบรรจุยา และขายยาสำหรับคนไข้ของตนได้ ส่วนสัตวแพทย์สามารถแบ่งบรรจุและจ่ายยาสำหรับสัตว์ที่ตนบำบัดและรักษาโรคได้ โดยไม่มีการเอ่ยถึงวิชาชีพพยาบาลแต่อย่างใด."

Add new comment