สธ.ดัน 13 รพ.ใหญ่ เปิดศูนย์สมุนไพร รพ.อภัยภูเบศร เป็นพี่เลี้ยง ช่วยตลาดสมุนไพรเติบโต

Fri, 2017-09-15 14:13 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข ให้โรงพยาบาลใหญ่ 13 แห่ง เปิดศูนย์สมุนไพรครบวงจร มี รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นพี่เลี้ยง ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารตลาด ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย

นพ.โสภณ เมฆธน

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนสมุนไพรเชิงเศรษฐกิจ ว่า ได้มีการประชุมทางไกลกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 13 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ในเขตบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่ง เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการสร้างศูนย์สมุนไพรครบวงจร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ และบริการข้อมูลข่าวสารด้านสมุนไพรให้แก่ประชาชน หวังให้ตลาดการค้าสมุนไพรเติบโต ประชาชนมีการใช้สมุนไพรมากขึ้น อันจะส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

โดยในศูนย์สมุนไพรแห่งนี้นอกจากจะนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการการขายและการบริการให้มีประสิทธิภาพแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่ ยา อาหาร เวชสำอาง ที่มีมาตรฐาน และยังมีการพัฒนานวตกรรมจากองค์ความรู้ดั้งเดิมคือ ธาตุเจ้าเรือน มาแนะนำประชาชนในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว

นพ.โสภณ ได้กล่าวย้ำให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่ง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมุนไพรตลอดห่วงโซ่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม โรงพยาบาลที่มีความพร้อมก็อาจมีการนำสินค้าสมุนไพรของเกษตรกรหรือผู้ประกอบการในพื้นที่มาจำหน่ายได้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน รวมทั้งการพัฒนาสวนสมุนไพรในโรงพยาบาลให้ผู้ป่วยและญาติที่มารอรับบริการได้เรียนรู้สมุนไพร และงานวิจัยต่างๆ ด้วย

ขณะนี้ โรงพยาบาลทั้ง 13 แห่งได้เริ่มดำเนินการจัดเตรียมสถานที่แล้ว คาดว่าสามารถเปิดศูนย์จำหน่ายได้ภายในมีนาคม 2561 โดยมีโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นพี่เลี้ยง ประชาชนสามารถใช้บริการได้ที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จังหวัดเชียงราย, รพ.พุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก, รพ.สวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์, รพ.สระบุรี, รพ.ราชบุรี, รพ.สมุทรปราการ, รพ.ขอนแก่น, รพ.อุดรธานี, รพ.มหาราชนครราชสีมา, รพ.ศรีสะเกษ, รพ.สุราษฎร์ธานี, รพ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, และ รพ.วชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม