แจงหลายวิชาชีพขึ้นเป็น 'ผอ.รพ.สต.' ได้ แต่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเป็น 'นักวิชาการสาธารณสุข'

ชมรมนักวิชาการสาธารณสุขฯ แจง หลังพยาบาลวิชาชีพร้องนายกฯ อ้างถูกกีดกันตำแหน่ง ผอ.รพ.สต.ยืนยันหลายวิชาชีพมาเป็นได้ แต่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักวิชาการสาธารณสุข ตามระเบียบ ก.พ. และหากจะใช้ชื่อตำแหน่งเดิมก็ต้องดำเนินการแก้หลักเกณฑ์ของ ก.พ.ก่อน ชี้เป็นเพราะคำสั่ง สธ.ยังไม่สมบูรณ์ มีความลักลั่น เพราะยังไม่มีการปรับแก้ที่ ก.พ.

จากกรณีพยาบาลวิชาชีพสุรินทร์ร่อนหนังสือร้องเรียนนายกรัฐมนตรี เหตุถูกกีดกันขึ้นตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ไม่ปฏิบัติตามประกาศของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่วางกรอบโครงสร้างอัตรากำลังไว้นั้น กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ระหว่างพยาบาลวิชาชีพบางกลุ่ม และกลุ่มนักวิชาการสาธารณสุข เนื่องจากเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เป็นการเลือกปฏิบัติเฉพาะนักวิชาการสาธารณสุข หรือไม่

นายริซกี สาร๊ะ

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2562 นายริซกี สาร๊ะ เลขาธิการชมรมนักวิชาการสาธารณสุขแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่าประเด็นที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้กังวลว่า จะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากมีกลุ่มพยาบาลกลุ่มหนึ่งไปร้องเรียนว่า เกิดความไม่เป็นธรรม และกีดกันพยาบาลขึ้นตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อีกทั้งยังเข้าใจกันว่า กลุ่มนักวิชาการสาธารณสุขไม่อยากให้พยาบาลขึ้นนั่งในตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการปรับกรอบโครงสร้างกำลังคน ซึ่งได้ระบุในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ว่า ผู้ที่จะมาสมัครและดำรงตำแหน่งต้องเป็นนักวิชาการสาธารณสุข และพยาบาลวิชาชีพก็ได้ ซึ่งประกาศในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2560 จริงๆแล้ว ผู้ที่จะมาเป็น ผอ.รพ.สต.นั้น หลายวิชาชีพมาเป็นได้ และสามารถมาสมัครสอบและดำรงตำแหน่งได้ แต่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักวิชาการสาธารณสุข ตามระเบียบการบรรจุและแต่งตั้งของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แต่หากจะใช้ชื่อตำแหน่งเดิมก็ต้องดำเนินการแก้หลักเกณฑ์ของ ก.พ.เสีย ก่อน

“นั่นหมายความว่า คำสั่งกระทรวงยังไม่สมบูรณ์ มีความลักลั่น เพราะยังไม่มีการปรับแก้ที่ต้นเรื่องตามที่บางวิชาชีพต้องการ คือ สำนักงาน ก.พ.ก่อน เนื่องจาก ก.พ.ระบุเลขที่ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ) หรือผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน)ดังนั้น ขอย้ำว่า ทางชมรมนักวิชาการสาธารณสุขฯ ไม่ได้มีอำนาจในการไปกำหนดตำแหน่ง รวมทั้งไปกีดกันวิชาชีพใครได้” นายริซกี กล่าว

เลขาธิการชมรมนักวิชาการสาธารณสุขฯ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันนักวิชาการสาธารณสุขในระบบกระทรวงฯ มีประมาณ 4 หมื่นกว่าคน แต่มีคนเปลี่ยนตำแหน่ง จากสายงานอื่นมาดำรงตำแหน่งหลายพันตำแหน่ง แสดงว่าสายงานนี้ เปิดกว้างให้ใครมาเป็นก็ได้

ซึ่งเดิมทีเมื่อตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ว่างลง บางแห่งก็มักจะให้พยาบาลวิชาชีพมานั่งในตำแหน่งรักษาการผอ.รพ.สต. โดยที่ไม่ยอมเปลี่ยนตำแหน่ง เพระจะทำให้ไม่ได้รับค่าตอบแทนวิชาชีพ เงินประจำตำแหน่ง เงิน พตส. และค่าอื่นๆอีกประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน เพราะตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ) ไม่มีค่าตอบแทนส่วนนี้ ดังนั้น หากอยากจะก้าวหน้า อยากเป็นผู้บริหาร จะมานั่งในตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไม่ได้ ก็ต้องยอมสละค่าตอบแทนในส่วนของพยาบาลไป จะได้มาบริหาร รพ.สต. เต็มตัวได้

นายริซกี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางชมรมฯ กำลังรวบรวมข้อเสนอเพื่อส่งถึงผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขให้แก้ปัญหาเรื่องนี้ อาทิ

1.ควรยกเลิกตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากในบางพื้นที่อาจมีนักวิชาการสาธารณสุขไม่เพียงพอ และไม่ยอมเปิดรับสมัครบุคลากรนอกพื้นที ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาควรยกเลิกรักษาการ และเมื่อว่างลงให้เปิดรับสมัคร เปิดสอบให้ทุกวิชาชีพที่มีคุณสมบัติ เปลี่ยนตำแหน่งมาใช้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ) อย่างเท่าเทียมกัน

2.สำนักงาน ก.พ.ควรนำชื่อ นักบริหารสาธารณสุข หรือชื่ออื่นมาใช้เหมือนในอดีต แทนตำแหน่งผู้บริหารระดับต่างๆ ที่ใช้ชื่อนักวิชาการสาธารณสุข และควรกำหนดตำแหน่งใหม่ให้นักวิชาการสาธารณสุขที่มีใบประกอบวิชาชีพแล้ว ในชื่อใหม่ เช่น “สาธารณสุขชุมชน” “สาธารณสุขวิชาชีพ” ฯลฯ เพื่อแก้ปัญหาการลักลั่นในการดำรงตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขในปัจจุบัน ที่ทุกวิชาชีพก็เปลี่ยนมาเป็นได้

3.ควรมีการตั้งค่าตอบแทนให้กับผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อเป็นแรงจูงใจ จะได้ไม่ขัดแย้งเรื่องเปลี่ยนตำแหน่ง

4.ขอให้ตำแหน่งบริหารทุกตำแหน่งในกระทรวงสาธารณสุข ควรเปิดกว้าง ไม่จำกัดวิชาชีพเหมือนผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้ทุกวิชาชีพสามารถมาสอบเป็นนักบริหารสาธารณสุขได้ เพื่อความเป็นธรรม

โดยทางชมรมฯ จะรวบรวมข้อเสนออื่นๆ อีกและเสนอต่อผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขในโอกาสต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พยาบาลสุรินทร์ ร้องนายกฯ เหตุถูกกีดกันขึ้น ผอ.รพ.สต. ชี้ สสจ.ไม่ทำตามประกาศ สป.สธ.

Comments

เปรมมิกา วงต์หล้า • 2019-06-05, 06:49
ในยุคโลกาภิวัฒน์ การเปิดกว้างให้วิชาชีพในมุมมองนี้เห็นด้วยกับแบบนี้ที่ควรเปิดกว้างให้สายงานอื่นเข้ามาเป็นนวก.สธได้ เพราะความเชี่ยวชาญที่หลากหลายและเข้ามาร่วมทำงานบูรณาการกัน แต่ไม่ควรกีดกันว่าคนคนนั้นต้องจบมาจากว.สาธารณสุข หรือมีใบประกอบวิชาชีพสธ.เท่านั้น เพราะบางความเชี่ยวชาญที่เข้ามาเป็นนวก. เช่นเป็นพยาบาลแล้วปรับเป็นนวก. เป็นการเสริมงานสาธารณสุขให้ดีรอบรู้ยิ่งขึ้นได้ หรือจบมาจากสาขา food sciance หรือสาขาอื่นๆ ที่เข้ามาทำงานด้านโรคภัยสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมล้วนเกิดประโยชน์กับประชาชนทั้งสิ้น ส่วนด้านบริหารก็อาจต้องเพิ่มคุณสมบัติเช่นต้องผ่านการอบรม ผ่านประสบการณ์เท่ารัยยังงัย แต่ไม่ควรกีดกัน เพราะมนุษย์มีความสามารถเรียนรู้และศึกษาให้เท่าเทียมได้หรือมากกว่าการที่จบจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งเท่านั้น
Anonymous • 2019-06-05, 08:47
เป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอปรับตำแหน่งผอ.รพ.สต.​อยู่ในแท่งอำนวยการระดับต้น​ ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติ​ ไม่ว่าจะเป็นนวก.สาธารณสุข/หรือพยาบาลวิชาชีพ​ ก็เข้าสู่ตำแห่งนี้ได้​ รวมทั้ง​จพง.สาธารณสุขชุมชน​ด้วย​ และก็เทียบเคียงกับท้องถิ่นซึ่ง​ผอ.กอง​ ใน​อบต.ก็อยู่แท่งนี้ด้วย

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerdum
15 ชั่วโมง 17 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 19 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 24 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 27 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerdum
15 ชั่วโมง 17 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 19 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 24 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 27 นาที ago
กลับด้านบน