สธ.เพิ่มเข้าถึงวัดความดันโลหิต ให้ ปชช.ประเมินความเสี่ยงตนเอง พร้อมเริ่มบริการ 100 เครื่องในสถานที่ราชการ

Mon, 2019-10-28 14:15 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ. จับมือ มท. กทม. จัดเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ ไว้ตามสถานที่ราชการ ให้ประชาชนตรวจวัดได้ด้วยตนเอง เบ็ดเสร็จ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการวัดความดันโลหิตในสถานที่สาธารณะ และทำให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้สุขภาวะของตนเองนำไปสู่การลดพฤติกรรมเสี่ยง เริ่มช่วงแรกกรุงเทพ และ 3 จังหวัด ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ 100 เครื่อง

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริมประชาชนให้เข้าถึงการวัดความดันโลหิต ระหว่างกรมควบคุมโรค กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร โดยมีนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกรมควบคุมโรค กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง

นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งรณรงค์สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับให้ประชาชน เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ป้องกันการเจ็บป่วย ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพโดยเฉพาะจากโรคความดันโลหิตสูง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูงเนื่องจากช่วงแรกมักจะไม่แสดงอาการใดๆ จึงไม่ได้เข้ารับการรักษาหรือปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ โรคไต สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 24.7 หรือประมาณ 13 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือผู้ป่วยร้อยละ 45 ไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูง

จึงได้ร่วมกับกรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร จัดเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติใช้งานง่าย สามารถตรวจวัดได้ด้วยตนเอง พร้อมสื่อให้ความรู้ในการประเมินและปฏิบัติตน โดยให้บริการประชาชนในสถานที่ติดต่อราชการ เช่น ที่ว่าการอำเภอ/ที่ว่าการเขต ศูนย์บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการวัดความดันโลหิตในสถานที่สาธารณะ และทำให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้สุขภาวะของตนเองนำไปสู่การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ภาวะอ้วน เครียดสะสม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะเริ่มในช่วงแรกกรุงเทพมหานคร และ 3 จังหวัดปริมณฑล คือ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ 100 เครื่อง

ด้าน นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการเร่งด่วน ในการขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักสุขภาพ Know Your Number, Know Your Risk โดยให้มีเครื่องวัดความดันโลหิตในโรงพยาบาล สถานที่ราชการ สถานที่ทำงานทั่วประเทศ และจัดหลักสูตรอบรมอาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นหมอประจำบ้าน เพื่อดูแลสร้างเสริมสุขภาพประชาชน นอกจากนี้ ได้สำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บโดยกรมควบคุมโรค พบว่าในปี 2561 คนไทยอายุ 15-79 ปี ร้อยละ 68.4 ได้รับการตรวจวัดความดันโลหิต ซึ่งร้อยละ 16.52 ทราบว่าตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูง

นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ มีผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 16.8 โดยเพศชายสูบบุหรี่มากกว่าเพศหญิง 16 เท่า ลดลงจากปี 2557 ร้อยละ 19.5 สำหรับผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบร้อยละ 22.3 เป็นเพศชายร้อยละ 36.2 และหญิงร้อยละ 9.4 การรับประทานผักและผลไม้ได้เพียงพอร้อยละ 33.0 ทั้งเพศหญิงและเพศชาย การออกกำลังกายร้อยละ 42.3 มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน 19 ล้านคน เพศหญิงมากกว่าเพศชาย จึงขอเชิญชวนประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ ลด ละ เลิก บุหรี่ แอลกอฮอล์ เพิ่มกิจกรรมทางกาย ไม่รับประทานอาหารหวาน มัน เค็มจัด เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

Comments

Submitted by Anonymous on
"36 ล้าน! ยอดบริจาค “ก้าวคนละก้าว” ช่วย 7 รพ.ภาคใต้ คิง เพาเวอร์ ขนพนักงาน-Fox Hunt ร่วมระดมทุน วันสุดท้ายคนเข้าร่วมทะลุ 13,000 คน" เผยแพร่: 28 ต.ค. 2562 11:12 ปรับปรุง: 28 ต.ค. 2562 11:17 โดย: ผู้จัดการออนไลน์............ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ บริษัทคนไทยที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย ได้ดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR เพื่อมอบโอกาสที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ล่าสุด! ได้ร่วมแสดงพลังอีกครั้งในงาน ‘ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ’ ภาคใต้ ยกทัพนักเตะ Fox Hunt นักเตะเยาวชนไทยรุ่น 1 ที่ได้รับโอกาสจากคิง เพาเวอร์ ไปฝึกทักษะด้านกีฬาฟุตบอลในสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ พร้อมพนักงานของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ สาขาภูเก็ตกว่าร้อยชีวิต มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี และวิ่งระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลในภาคใต้ฝั่งอันดามันที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหมด 7 แห่ง ระหว่างวันที่ 24-27 ตุลาคม 2562 .............. นายณัฐชนน สร้อยจิตร หนุ่มนักเตะฝีเท้าดี จากโครงการ Fox Hunt รุ่นที่ 1 ปัจจุบันสังกัดทีมนครศรี ยูไนเต็ด ตั้งใจมาร่วมวิ่งช่วยเหลือคนใต้ในงาน ‘ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ’ ภาคใต้ พร้อมชวนเพื่อนนักเตะจากโครการ Fox Hunt รุ่นที่ 1 อย่าง จักรกฤษณ์ วิเศษรัตน์ จากสโมสรสุราษฎร์ธานี ซิตี้ และจักรวุฒิ เมฆวัน สังกัดทีมสยาม เอฟซี มาร่วมวิ่งในงานนี้ด้วย ซึ่งนอกจากมาร่วมวิ่งเพื่อระดมทุนหาเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลในภาคใต้แล้ว ยังตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสดี ๆ ให้กับชาวใต้ทุกคนได้มีสุขภาพดี พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้มีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ ฝึกฝนตนเองอย่างสม่ำเสมอ เตรียมพร้อมรับโอกาสดีๆ ที่จะมาถึงในทุกช่วงเวลา ดังเช่นที่ตนเองเคยได้รับโอกาสด้านกีฬาฟุตบอลจากคิง เพาเวอร์ใน โครงการ Fox Hunt ทำให้ผมได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ และมีโอกาสได้เรียนรู้เทคนิคการเล่นฟุตบอลระดับโลกอย่างเช่นทุกวันนี้ ......... นายณัฐชนน สร้อยจิตร กล่าวว่า “จากโอกาสที่ผมได้รับจาก คิง เพาเวอร์นั้น จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากเป็นพลังเล็กๆ ในการร่วมส่งต่อโอกาสดีๆ ให้กับคนใต้ด้วยกันครับ ผมเคยได้รับโอกาสดีๆ จากคิง เพาเวอร์ มาแล้ว ผมรู้ว่าโอกาสสามารถเปลี่ยนชีวิตได้มากแค่ไหน ดังนั้น เมื่อโอกาสมาถึงคนภาคใต้แล้ว ผมจึงอยากมาช่วยวิ่งให้เต็มที่ เต็มกำลัง เพราะที่สุดแล้วเมื่อโรงพยาบาลในภาคใต้มีอุปกรณ์การแพทย์ที่ดีขึ้น จะช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ทุกคนดีขึ้นเช่นกันครับ” ............. นอกจากนี้คิง เพาเวอร์ ยังได้ระดมพนักงานกว่า 150 ชีวิต มาร่วมวิ่งแสดงพลังในครั้งนี้ด้วย โดยนักเตะ Fox Hunt และพนักงานกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เริ่มปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทพร้อมกันที่ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต ในช่วงเช้าของวันที่ 27 ตุลาคม 2562 โดยเริ่มวิ่งเซตแรกที่ระยะทางประมาณ 5.8 กิโลเมตร และมาวิ่ง Mini Marathon อีกครั้งในช่วงเวลา 16.00 น. เส้นทางจากลากูน่าโกรฟ - ซาน่าบีชคลับ พร้อมมีกิจกรรมให้ชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงร่วมบริจาคเงิน และสนุกสนานกับกิจกรรมมากมาย อาทิ บูธถ่ายภาพสวยๆ คู่กับแสตนดี้พี่ตูน และก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ แบบสมจริง ณ บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 24 – 26 ตุลาคม 2562 ............... ไฮไลท์สำคัญสำหรับการวิ่งในภาคใต้ครั้งนี้ ชูคอนเซ็ปต์ ‘กล้าก้าวข้ามขีดจำกัด’ ชวนให้ทุกคนกล้าที่จะก้าวออกมาวิ่งทำลายสถิติตนเอง บนเส้นทางจังหวัดตรัง กระบี่ พังงา และภูเก็ต ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร เช่นเดียวกับ ‘ตูน’ อาทิวราห์ คงมาลัย ที่ตั้งเป้าวิ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ด้วยการวิ่งระยะทาง 114 กิโลเมตรภายในวันเดียว!!! จากเดิมที่เคยวิ่งได้ 100 กิโลเมตร ภายในงานมีศิลปินดาราจิตอาสามาช่วยวิ่งผลัดเปลี่ยนตลอดเส้นทาง อาทิ นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ, เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์, ดีเจพุฒ-พุฒิชัย, จุ๋ย-วรัทยา, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน, เต๋า-สมชาย เข็มกลัด, กาย รัชชานนท์ - ฮารุ สุประกอบ และอี๊ด-โปงลางสะออน ........... สำหรับช่วง 10 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนเข้าสู่เส้นชัย ที่ลากูน่า ภูเก็ต นักวิ่งทุกคนจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศสวยงามของทะเลอันดามัน พร้อมร่วมสร้างสถิติมินิมาราธอนที่มีนักวิ่งมากที่สุด สร้างความประทับใจให้แก่นักวิ่งหัวใจแกร่งที่พร้อมใจวิ่งสร้างปรากฎการณ์ไปกับพี่ตูนรวมทั้งสิ้นกว่า 13,000 คน !!! และร่วมชมคอนเสิร์ตสุดมันส์จากสุดยอดวงร็อคแถวหน้าของไทย BIG ASS และวง KLEAR ที่มาร่วมระเบิดความมันส์ให้แฟนๆ นักวิ่งอย่างสนุกสนาน ............... สำหรับยอดบริจาคช่วยเหลือ 7 โรงพยาบาลชุมชน จากการวิ่งในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 36,000,000 บาท (ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2562) โดยจะถูกแบ่งไปช่วยเหลือทั้ง 7 โรงพยาบาล ประกอบด้วย โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สายบุรี จังหวัดปัตตานี, โรงพยาบาลตรัง จังหวัดตรัง, โรงพยาบาลกระบี่ จังหวัดกระบี่, โรงพยาบาลตะกั่วป่า จังหวัดพังงา, โรงพยาบาลพังงา จังหวัดพังงา, โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช และโรงพยาบาลวชิระ จังหวัดภูเก็ต ............... https://mgronline.com/qol/detail/9620000103275

Add new comment