‘อนุทิน’ มอบ ‘หมอสุขุม’ ดูแลบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิงโคราช

Fri, 2020-02-14 22:00 -- hfocus
Print this pagePrint this page

“อนุทิน” เตรียมลงเยี่ยมพื้นที่เหตุกราดยิงโคราชอีกครั้ง พร้อมมอบ หมอสุขุม ดูแลบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และนำเสนอเข้าแผนการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาลต่อไป

เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า เร็ว ๆ นี้ตนจะลงไปเยี่ยมในพื้นที่อีกครั้ง ส่วนบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มอบให้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงไปดูและนำเสนอเข้าแผนการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาลต่อไป ส่วนเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้า (14 ก.พ.) นั้นตนทราบแล้ว รวมถึงกรณีมีการโพสต์โชมีเดียเลียนแบบเหตุการณ์นั้นขอประชาชนอย่าไปให้ความสนใจ แล้วให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เมื่อถามว่า หลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญนอกจากแผนการดูแลจิตในประชาชนตามสถานการณ์แล้ว กรมสุขภาพจิตต้องรื้อแผนดูแลสภาพจิตใจคนไทยในภาพรวมเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูเป็นภาพรวม ไม่ใช่ว่าคนไทยจะคิดแบบนี้หมด คนส่วนใหญ่มีสุขภาพจิตดี อาจจะมีบางคนที่มีความวิตก ไม่สดใสเหมือนเดิม ก็ขอให้หมั่นดูแลตนเอง และสังเกตคนรอบข้าง หากมีการปลีกตัว มองอะไรขวางหูขวางตา ควรมาพบจิตแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา รักษา สภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เจอเรื่องร้าย ๆ เรื่องโรคติดต่อ เรื่องไวรัสโคโรนา19 แม้แต่การกราดยิงที่โคราชอาจจะเป็นไปได้ที่ทำให้คนเกิดสภาวะกดดัน อาจควบคุมตัวเองไม่ได้ เราถึงมีจิตแพทย์ไปคอยดูแล ซึ่งไม่ได้แปลว่าเขาบ้า เพียงแต่เจอสถานการณ์แบบนี้ก็อาจจะแย่ได้ อย่าว่าแต่คนทั่วไปเลย แม้แต่ตนหากไม่เจอหมอ ไม่เคยดูกรมสุขภาพจิตมาก่อนตนก็อาจจะบ้าไปแล้วก็ได้ ดังนั้นหากมีปัญหาอะไรปรึกษาจิตแพทย์ได้ อย่ารอให้เกิดปัญหา

เมื่อถามต่อว่าปัญหาหนึ่งที่ทำให้คนไทยตกอยู่ในสภาพกดดันคือเรื่องความเหลื่อมล้ำ รัฐบาลมองและแก้ไขปัญหาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องปัญหาปากท้อง ความลำบากของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่สุดอยู่แล้ว สิ่งที่เราทำคือให้ทุกฝ่ายเห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณก็ผ่านแล้ว และวันนี้ถ้าผ่าน ส.ว.ก็จะมีผลบังคับใช้และสามารถนำเม็ดเงินทั้งหลายเติมเข้าไปในระบบ ทุกภาคส่วน เชื่อว่าน่าจะดีขึ้น เพราะเงินมีการหมุนเวียน ใช้เป็นทอดๆ ไป

Add new comment