หมอชนบทแนะ สธ.ปลดพันธนาการจากคลัง ชี้ส่งผลกระทบคนทำงาน-ปชช.

Wed, 2018-05-23 19:05 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ชมรมแพทยชนบท ยกระเบียบ ก.คลัง ห้ามจ้างลูกจ้างด้วยเงินนอกงบประมาณ เป็นประกาศ “แย่ที่สุดแห่งปี” เถลิงอำนาจครบรอบ 4 ปี คสช.สร้างผลกระทบ รพ.ทั่วประเทศ พร้อมท้า ก.คลัง อย่าเพิ่งถอย อย่ารีบยกเลิก เหตุเป็นความหวังสู่ความเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบครั้งใหญ่ ปลด สธ.จากพันธนาการ ขณะที่ รพ.สังกัด สธ.เตรียมแขวนป้ายไวนิลคัดค้าน

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ในฐานะแกนนำชมรมแพทยชนบท กล่าวถึงการออกระเบียบของกระทรวงการคลังที่ให้ส่วนราชการหลีกเลี่ยงการจ้างลูกจ้างด้วยเงินงบประมาณว่า เป็นประกาศระเบียบแห่งปีที่แย่ที่สุด คิดว่าประกาศห้ามชาร์ตแบตมือถือของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แย่แล้ว แต่ประกาศนี้แย่กว่า กระทบผู้ปฏิบัติงานมากกว่า โดยเป็นการรวบอำนาจเข้ากระทรวงการคลัง ซึ่งแย่กว่าประกาศของ สธ.ในอดีตที่กำหนดให้การจ้างลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายคาบ ต้องขออนุญาตจากผู้บริหาร คือ สสจ. เพราะกลัวโรงพยาบาลจ้างบุคลากรเกินกว่าเหตุ จากเดิมที่เป็นอำนาจของผู้อำนวยการโรงพยาบาล

แต่ในกรณีนี้ยังพอรับได้ เพราะสามารถพูดคุยกันได้หากมีความจำเป็นและเหตุผลเพียงพอ แต่ประกาศนี้ที่ให้ขออนุญาตกระทรวงการคลังในการจ้างบุคลากร มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ รับไม่ได้จริงๆ และต้องถามว่ากระทรวงการคลังจะเอาอะไรมาพิจารณา ดูเพียงแค่เอกสารอย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นเช่นนี้ในการจ้างลูกจ้างของกระทรวงการคลังเอง ควรต้องขออนุญาตจาก สธ.เช่นกัน

“ผมชอบมากเลยที่กระทรวงการคลังออกระเบียบฉบับนี้มา สร้างความสนุกสนาน ตื่นตัวให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ และอาจถึงสถานบริการอื่นของรัฐด้วย ผมชอบนะและไม่อยากให้รีบยกเลิก ขอร้องให้กระทรวงการคลังอย่ารีบถอย อย่าพึ่งรีบยกเลิกระเบียบไปก่อน เพราะเรื่องนี้จะนำมาสู่ความหวังคนทั้งประเทศในการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อให้ สธ.เป็นอิสระจากพันธนาจากรัฐได้ เนื่องจากปัจจุบันนอกจากพันธนาการโดยกระทรวงการคลังแล้ว ยังมีพันธนาการจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่จำกัดอัตราการบรรจุ ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น คนป่วยเพิ่มมากขึ้น ความหวังการรับบริการของประชาชนเพิ่มขึ้น” แกนนำชมรมแพทย์ชนบท กล่าวและว่า วันนี้กระทรวงการคลังอย่างรีบถอย อย่ารีบยกเลิก กล้าเซ็นประกาศออกมาต้องกล้ายืนยัน เพราะเชื่อว่าจะเป็นฉนวนนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย

นพ.สุภัทร กล่าว ไม่ทราบจุดประสงค์การออกประกาศฉบับนี้ของกระทรวงการคลัง ซึ่งเงินนี้เป็นเงินบำรุงโรงพยาบาลที่เป็นเงินนอกงบประมาณ ได้มาจากเงินผ้าป่าบ้าง เงินบริจาคของชาวบ้าน การหารายได้เองของโรงพยาบาลได้ อย่างไรก็ตามมองว่าการบริหารแบบนี้เป็นวิธีคิดแบบราชการ คสช. ควบคุมประหยัดโดยกำหนดทุกเม็ด แต่ทีเรือดำน้ำไม่ประหยัด นับเป็นของขวัญครบรอบ 4 ปี คสช. พอดี เป็นการเถลิงอำนาจของ คสช.

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากประกาศฉบับนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไร นพ.สุภัทร กล่าวว่า การบริการในโรงพยาบาลของรัฐก็จะแย่ลง เมื่อไม่สามารถจ้างบุคลากรด้วยเงินนอกงบประมาณได้ และต้องรออนุมติ ระหว่างนี้จะเป็นอย่างไร คนล้างห้องน้ำออกใครจะมาขัดห้องน้ำ ใครจะเข็นเตียง นอกจากนี้ยังมีสายวิชาชีพที่จ้างด้วยเงินนอกงบประมาณอีก ใครจะทำงานแทน ทั้งนี้หากถามว่าจากนี้ สธ.ควรมีการดำเนินการอย่างไร มองว่า สธ.ควรเคลื่อนไหวเพื่อประกาศเอกราชจากกระทรวงการคลังและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาเราถูกพันธนาการมากจนทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบ ซึ่งจากนี้กระทรวงการคลังควรทำหน้าที่เพียงส่งงบประมาณมา และให้ สธ.บริหารเอง เพราะกระทรวงการคลังจะรู้ดีกว่า สธ.ได้อย่างไร

ต่อข้อซักถามว่า ในส่วนของชมรมแพทย์ชนบท และชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร นพ.สุภัทร กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันเพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบอย่างมาก โดยโรงพยาบาลหลายแห่งเตรียมขึ้นป้ายไวนิลเพื่อคัดค้านประกาศฉบับนี้แล้ว แต่ก็มีผู้ใหญ่มาขอร้อง เพราะขณะนี้กระทรวงการคลังมีสัญญาณถอยแล้ว ย้ำว่าเมื่อกระทรวงการคลังกล้าเซ็นประกาศต้องกล้าเดินหน้า อย่าถอย เนื่องจากขณะนี้เราไม่ได้ต้องการยกเลิกแค่ระเบียบแล้ว แต่เราต้องการหลุดจากพันธการที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ที่ผ่านมาโรงพยาบาลรัฐสู้โรงพยาบาลเอกชนไม่ได้จากระเบียบหยุมหยิมเหล่านี้

Comments

หมอ พยาบาล ตลอดจนบุคลากรทางการแพทยืและสาธารณสุขถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบจากนักการเมืองทั้งที่มาจากการเลือกตั้งหรือลากตั้งมาโดยตลอด....โดยหลักการของกิจการบริการสาธารณของรัฐกิจการใดก็ตามที่เป็นกิจการที่ภาคเอกชนสามารถแสวงหากำไรได้รัฐก็จะจัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อความเป้นอิสระคล่องตัวในการบริหารจัดการ เพื่อกำหนดอัตราจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้บริหารและพนักงานขององค์กรให้ใกล้เคียงกับภาคเอกชน เพื่อดึงคนไว้ในระบบขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นกิจการขนส่ง รถไฟ บขส. ขสมก. การบินไทย หรือธุรกิจการธนาคาร กรุงไทย ออมสิน ฯลฯ หรือธุรกิจยารักษาโรคที่มีองค์การเภสัชกรรมในสังกั สธ.คนที่ทำงานในรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ก็จะได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการสูงกว่าข้าราชการ ต่างกับธุรกิจภาคเอกชนไม่มากนัก....แต่กิจการโรงพยาบาลของรัฐโดยเฉพาะของกระทรวงสาธารณสุข รัฐก็คงให้เป็นแค่หน่วยงานราชการ เพื่อจะได้จ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการต่ำ ๆ เช่นเดียวกับข้าราชการอื่น ๆ โดยทั่วไป แถมยังถูก กพ.จำกัดกำลังคนอัตรากำลังข้าราชการประเภทต่าง ๆ ของ สธ. ไม่ให้เพียงพอกับภาระงาน เพื่อให้โรงพยาบาลต้องดำเนินการจัดจ้างลูกจ้างด้วยเงินที่ รพ.ต่าง ๆ ต้องดิ้นรนหากันมาเอง ด้วยอัตราค่าจ้างและสวัสดิการที่ต่ำเตี้ยกว่าข้าราชการเสียอีก วันดีคืนดีรัฐก็ออกระเบียบข้ามกระทรวงมาบังคับการจ้างลูกจ้างของ รพ.ต่าง ๆ ของ สธ. จนแทบกระดิกตัวไม่ได้....แต่สีก็ทนกันมาได้ตลอด....ทางออกในการหลุดจากพันธการที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาแนวทางหนึ่ง คือโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งของกระทรวงสาธารณสุขต้องรวมตัวกันผลักดันให้รัฐบาลแปรรูปโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รพ.ในสังกัด สธ. เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจ"การโรงพยาบาลแห่งประเทศไทย" เป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อสังคมในสังกัด สธ. เช่นเดียวกับองค์การเภสัชกรรม มีอิสระในการบริหารงาน บริหารคน บริหารงบประมาณของตนเอง พนักงานระดับต่าง ๆ ขององค์กรก็ควรจะได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการต่าง ๆ ไม่ต่างจากรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ หรือภาคเอกชนมากนัก ประการสำคัญคือหากการดำเนินการขาดทุนไม่มีผลกำไร ก็ต้องได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ทั้งเรื่องนโยบายและงบประมาณอย่างเพียงพอไม่ต่างจากรัฐวิสาหกิจเพื่อสังคมอื่น ๆ ของรัฐ เช่น การรถไฟ ขสมก.บขส. ไม่ให้อยู่ในสภาพอนาถาอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้.

Add new comment